FARM Forum ผนึกพันธมิตรโลก ขยายความร่วมมือ 15 ประเทศ เร่งเปลี่ยนผ่านสู่ระบบเกษตรและอาหารที่ปลอดภัยและยั่งยืน - ข่าวธุรกิจ888 -โชคชัย บุณยะกลัมพ

ข่าวธุรกิจ888 -โชคชัย บุณยะกลัมพ

ข่าว ธุรกิจ888 โชคชัย บุณยะกลัมพ เทคโนโลยี AI chokcyberai

Post Top Ad

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

ติดตามข่าวบันเทิงได้ที่ chokweekly

ติดตาม chokweekly chokcyberai

21 ตุลาคม 2569

FARM Forum ผนึกพันธมิตรโลก ขยายความร่วมมือ 15 ประเทศ เร่งเปลี่ยนผ่านสู่ระบบเกษตรและอาหารที่ปลอดภัยและยั่งยืน

#FARMForum ผนึกพันธมิตรโลก ขยายความร่วมมือ 15 ประเทศ เร่งเปลี่ยนผ่านสู่ระบบเกษตรและอาหารที่ปลอดภัยและยั่งยืน

 

  • FARM เดินหน้าขยายทางเลือกเกษตรปลอดภัย เชื่อมโยงเกษตรกร สถาบันการเงิน และภาคธุรกิจตลอดห่วงโซ่อุปทานอาหาร ตั้งเป้าป้องกันสารกำจัดศัตรูพืชที่อันตรายสูงกว่า 51,000 ตัน และขยะพลาสติก 20,000 ตัน หลุดสู่สิ่งแวดล้อม

21 ตุลาคม 2569 | กรุงเทพมหานคร – โครงการ Financing Agrochemical Reduction and Management (FARM) เดินหน้าขยายความร่วมมือระดับนานาชาติผ่านโครงการ FARM และโครงการระยะต่อยอด FARM+ ครอบคลุม 15 ประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก แอฟริกา และลาตินอเมริกา มุ่งเร่งลดการพึ่งพาสารกำจัดศัตรูพืชอันตรายสูงและมลพิษจากพลาสติกทางการเกษตร ควบคู่กับการส่งเสริมทางเลือกในการผลิตและการเข้าถึงแหล่งเงินทุน เพื่อสนับสนุนเกษตรกรเปลี่ยนผ่านสู่ระบบเกษตรและอาหารที่ปลอดภัยและยั่งยืน โดยไม่เพิ่มความเสี่ยงต่อผลผลิตและรายได้ เวทีดังกล่าวรวบรวมผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการเงิน ภาคธุรกิจเกษตรและอาหาร นักลงทุน นักวิจัย และองค์กรพันธมิตรมากกว่า180 คน จาก 40 ประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และกำหนดแนวทางความร่วมมือในการขยายผลการดำเนินงานและสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบเกษตรและอาหารที่ปลอดภัย ยั่งยืน และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระดับภูมิภาคและระดับโลก

 

เปิดตัว FARM+ ขยายความร่วมมือจาก 7 สู่ 15 ประเทศ

โครงการ FARM ได้รับการสนับสนุนเงินทุนจากกองทุนสิ่งแวดล้อมโลก (GEF) และดำเนินงานโดย UNEP ครอบคลุม 7 ประเทศ ได้แก่ เอกวาดอร์ อินเดีย เคนยา สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ฟิลิปปินส์ อุรุกวัย และเวียดนาม และอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของการประชุมครั้งนี้ คือการเปิดตัวโครงการ FARM+ ซึ่งขยายการดำเนินงานเพิ่มอีก 8 ประเทศ ได้แก่ เบนิน คอสตาริกา อียิปต์ แกมเบีย กานา เม็กซิโก เนปาล และไนจีเรีย ส่งผลให้ความร่วมมือภายใต้ FARM และ FARM+ ครอบคลุมรวม 15 ประเทศใน 3 ภูมิภาคทั่วโลก ด้วยเงินทุนสนับสนุนมูลค่ารวมกว่า 36,000 ล้านบาท เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบเกษตรกรรมที่ปลอดภัยและยั่งยืน เสริมสร้างความสามารถในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการผลิตทางการเกษตร  ทั้งสองโครงการมุ่งเชื่อมโยงนโยบาย เงินทุน เทคโนโลยี และความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ให้สามารถนำไปสู่การปฏิบัติจริง พร้อมเร่งขยายทางเลือกที่ปลอดภัยในการจัดการศัตรูพืช และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากสารเคมีและพลาสติกทางการเกษตร















 

ผลลัพธ์จากการดำเนินงานจริง เปลี่ยนนโยบายสู่การปฏิบัติ

FARM+ ต่อยอดบทเรียนจากโครงการ FARM ระยะแรก โดยส่งเสริมการใช้สารชีวภัณฑ์ การจัดการศัตรูพืชแบบผสมผสาน และเกษตรกรรมยั่งยืน ควบคู่กับการฟื้นฟูสุขภาพดิน อนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ และสนับสนุนเกษตรกรตลอดห่วงโซ่คุณค่า เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบการผลิตที่ปลอดภัยเกิดขึ้นได้จริง โดยไม่เพิ่มความเสี่ยงต่อผลผลิตและรายได้ ทั้งนี้ สปป.ลาว อุรุกวัย และเคนยา ได้อนุมัตินโยบายส่งเสริมการผลิตที่ปลอดภัยและการใช้ชีววิธีควบคุมศัตรูพืช ขณะที่อินเดียมีเกษตรกรเข้าร่วมการฝึกอบรมกว่า 2 ล้านคน และกองทุน AgroConCiencia ของเอกวาดอร์สนับสนุนเงินทุนกว่า 25 ล้านบาทเพื่อส่งเสริมนวัตกรรมที่ขับเคลื่อนโดยเกษตรกร  ตั้งเป้าป้องกันสารกำจัดศัตรูพืชอันตรายกว่า 51,000 ตัน และขยะพลาสติก 20,000 ตัน ไม่ให้หลุดสู่สิ่งแวดล้อม พร้อมปกป้องพื้นที่เกษตรกรรมและพื้นที่เกี่ยวข้องกว่า 18.75 ล้านไร่ ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนประมาณ 3.8 ล้านคน และร่วมมือกับสถาบันการเงินกว่า 150 แห่ง เพื่อเพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งทุนสำหรับ เกษตรกรที่ต้องการปรับเปลี่ยนสู่การผลิตที่ปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

เชื่อมตลาด นวัตกรรม และเงินทุน หนุนเกษตรกรเปลี่ยนผ่านอย่างมั่นใจ

การลดการพึ่งพาสารกำจัดศัตรูพืชที่เป็นอันตรายจำเป็นต้องอาศัยมากกว่าการปรับเปลี่ยนวิธีการผลิต เกษตรกรต้องสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีที่เหมาะสม มีเงินทุนรองรับความเสี่ยง และมีตลาดที่พร้อมรับซื้อผลผลิตอย่างต่อเนื่อง โครงการ FARM จึงให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องตลอดห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่ผู้พัฒนานวัตกรรมและผู้ให้บริการทางการเงิน ไปจนถึงผู้ซื้อและผู้บริโภค  ด้านนวัตกรรม FARM ร่วมมือกับสมาคมผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ควบคุมศัตรูพืชโดยชีววิธีนานาชาติ (International Biocontrol Manufacturers Association: IBMA) และพันธมิตรที่เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนาแนวทางการทดลองภาคสนามสำหรับผลิตภัณฑ์ชีวภาพ ลดอุปสรรคในการนำผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาด และเร่งส่งเสริมทางเลือกที่ปลอดภัยในการจัดการศัตรูพืช ด้านตลาด  เวทีการประชุมครั้งนี้ยังเปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจค้าปลีกและพันธมิตรในห่วงโซ่คุณค่าภาคการเกษตรได้เข้ามามีส่วนร่วม เพื่อผลักดันแนวทางการดำเนินงานที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีประสิทธิผลให้สามารถขยายผลได้ในวงกว้าง โดยต่อยอดจากแนวทางการสื่อสารเกี่ยวกับการใช้สารเคมีทางการเกษตรในห่วงโซ่คุณค่าอาหาร (Guidelines for Communication Agrochemical Use in Food Value Chains) ซึ่งเปิดตัวเมื่อเดือนกันยายน 2569 ทั้งนี้ การประชุมดังกล่าวนับเป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการร่วมกันออกแบบแนวคิดริเริ่มความร่วมมือที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตระหว่างผู้ประกอบการค้าปลีก บริษัทผู้ให้บริการด้านอาหาร ผู้จัดหาสินค้า และเกษตรกร เพื่อเสริมสร้างโอกาสในการเข้าถึงตลาด ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้จัดหาและผู้ส่งมอบสินค้า ตลอดจนสนับสนุนองค์ความรู้และความช่วยเหลือทางเทคนิค พร้อมทั้งกระตุ้นความต้องการผลิตผลทางการเกษตรที่มีกระบวนการผลิตซึ่งก่อให้เกิดมลพิษน้อยลง

เพื่อส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งเงินทุนสำหรับการทำเกษตรกรรมที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น โครงการ FARM ได้ดำเนินงานร่วมกับสถาบันการเงินมากกว่า 150 แห่ง และร่วมกับโครงการริเริ่มด้านการเงินของโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP Finance Initiative) จัดทำ แนวทางสำหรับธนาคารในการลดและจัดการมลพิษในภาคการเกษตร (Guidance for Banks on Reduction and Management of Pollution in Agriculture)  ในการประชุมครั้งนี้ พันธมิตรจากภาคการเงินจะร่วมกันเปิดตัว เครือข่ายความร่วมมือเพื่อการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวปฏิบัติ (Community of Practice) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อระดมเงินทุนสนับสนุนการทำเกษตรกรรมที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น พร้อมทั้งรวบรวมบทเรียนและประสบการณ์จากการดำเนินงาน เพื่อนำไปใช้สนับสนุนการขยายผลโครงการ FARM+ ในวงกว้างต่อไป

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Ad