ซีพี-เมจิ ปักหมุด "จุดนัดพบแห่งความลงตัว" ชู The Perfect Blend ต่อยอดเมนูและโอกาสทางธุรกิจ ในงาน Thailand Coffee Fest 2026 - chokcyberai-ข่าวธุรกิจ888

chokcyberai-ข่าวธุรกิจ888

คุยเรื่องเทคโนโลยีและAIกับchokcyberai

https://adsense.google.com/adsense/u/0/pub-8504140905727000/arc/ca-pub-8504140905727000?ecid=AAyH9eRCg%2BPeFe1SeyHx8y%2F1Sa%2FK2e5KWPwphHsBRjX6R61gcI6RgMUsc6lqjQ%3D%3D

Post Top Ad

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

ติดตามข่าวบันเทิงได้ที่ chokweekly

ติดตาม chokweekly chokcyberai

21 กันยายน 2569

ซีพี-เมจิ ปักหมุด "จุดนัดพบแห่งความลงตัว" ชู The Perfect Blend ต่อยอดเมนูและโอกาสทางธุรกิจ ในงาน Thailand Coffee Fest 2026

 #ซีพีเมจิ ปักหมุด "#จุดนัดพบแห่งความลงตัว" ชู The Perfect Blend  ต่อยอดเมนูและโอกาสทางธุรกิจ ในงาน #ThailandCoffeeFest2026

 

ซีพี-เมจิ ตอกย้ำบทบาทพาร์ทเนอร์ของผู้ประกอบการร้านกาแฟ ผ่านแนวคิด The Perfect Blend ชวนบาริสต้า และผู้ประกอบการค้นหาสูตรเครื่องดื่มและอาหารที่ตอบโจทย์ธุรกิจ เพื่อสร้างเมนูที่แตกต่างและเพิ่มคุณค่าอย่างยั่งยืน

นางสาวอินทิรา มีสมานยนต์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและการตลาด บริษัท ซีพี-เมจิ จำกัด เปิดเผยความสำเร็จจากการจัดกิจกรรม The Perfect Blend ที่จัดขึ้นในบูทแสดงสินค้าบริษัท ซีพี-เมจิ ในงาน Thailand Coffee Fest 2026 เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 10-13 กันยายน 2569 โดยตลอด 4วันของการจัดงาน มีผู้เข้าเยี่ยมชมกว่า 1 แสนคน รวมถึงลูกค้ากลุ่มธุรกิจ และบาริสต้ากว่า 10,000 คน เข้าร่วมสัมผัสเมนูพิเศษและเวิร์คช็อปที่ต่อยอดจากนมสดพาสเจอไรซ์ และนมนวัตกรรมของซีพี-เมจิ

“กว่า 37 ปีในตลาดนมสดพาสเจอไรซ์ไทย นอกจากซีพี-เมจิจะนำเสนอผลิตภัณฑ์คุณภาพเพื่อส่งเสริมสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนไทยมาตลอด ซีพี-เมจิ ยังมุ่งมั่นส่งเสริมการเติบโตของผู้ประกอบการไปพร้อม ๆ กัน เพื่อให้เห็นช่องทางการนำผลิตภัณฑ์จากเมจิไปต่อยอดโอกาสทางธุรกิจได้จริง โดยเรามีทีมที่ช่วยให้คำปรึกษาและช่วยพัฒนาเมนูหรือธุรกิจร่วมกับคู่ค้าเพื่อต่อยอดให้ธุรกิจของคู่ค้าได้เติบโตไปพร้อม ๆ กับเรา เพราะเราเชื่อว่าจุดเริ่มต้นที่ดีคือรากฐานของทุกเมนูที่โดดเด่น และทุกโอกาสทางธุรกิจที่เติบโตได้จริง” ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและการตลาด บริษัท ซีพี-เมจิ จำกัด กล่าว






 

ในงานปีนี้ ซีพี-เมจิ ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมในการพัฒนาวงการกาแฟไทยให้ยั่งยืน โดยจับมือร่วมกับสมาคมกาแฟพิเศษไทย หรือ SCATH Specialty Coffee Association of Thailand หน่วยงานที่เป็นกำลังสำคัญในการผลักดันและพัฒนาคุณภาพของเกษตรกรกาแฟไทย และเป็นผู้จัดงาน Thailand Coffee Fest ในทุกปี ร่วมสร้างสรรค์เมนู จากผลิตภัณฑ์หลักของซีพี-เมจิ ร่วมกับเมล็ดกาแฟไทยคุณภาพ สามารถนำไปต่อยอดเป็นเมนูพิเศษได้หลากหลายไม่ว่าจะเป็นไอศกรีมเจลาโตรสกาแฟ specialty หรือกาแฟลาเต้ไทยสูตรพิเศษ ที่สะท้อนเอกลักษณ์และคุณค่าของกาแฟไทย ที่นำมาผสมผสานกับผลิตภัณฑ์นมคุณภาพจากเมจิได้อย่างลงตัว

เพื่อให้เห็นการร่วมมือกันในหลายมิติ ซีพี-เมจิ ก็ได้นำเสนอเมนูสายหวาน อย่างไอศกรีมเจลาโตรสช็อคโกแลต ซีพี-เมจิ ก็ต่อยอดให้แตกต่างและสร้างสรรค์ขึ้นด้วยการจับมือกับแบรนด์ช็อกโกแลต Meiji Milk Chocolate ที่ผสมผสานกับความอร่อยของนมเมจิ เรย์ และช็อกโกแลตเมจิ พร้อมเพิ่ม topping น่ารักน่าทานจากช็อกโกแลต เมจิ อพอลโล ทำให้เมนูมีความแตกต่างอย่างลงตัว

นอกจากนี้ ซีพี-เมจิยังนำเสนอเมนูเครื่องดื่มอีกหลากหลายที่รังสรรค์จากผลิตภัณฑ์คุณภาพของ ซีพี-เมจิ โดยนำเสนอแนวคิดการผสมผสานนมเมจิ แต่ละสูตร อาทิ นมเมจิ เรย์ นมเมจิ อัพ และนมเมจิ โกลด์แม็กซ์ พร้อมทั้งนำเสนอสูตรและแนวทางในการผสมผสานนมพาสเจอไรซ์แต่ละแบบ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถรังสรรค์นมรสชาติที่มีความเฉพาะตัว และเหมาะสมกับวัตถุดิบของตนเอง 

“นมทุกสูตรเราคิดค้นบนแนวคิดการสร้างนวัตกรรมเป็นแรงบันดาลใจ และการ “เพิ่มคุณค่า” ให้กับธุรกิจของคู่ค้า จากการช่วยเสริมรสชาติและเอกลักษณ์ของกาแฟที่ร้านเลือกใช้ และต่อยอดพัฒนาสูตรกาแฟ หรือเครื่องดื่มที่มีความเฉพาะตัว ของแต่ละร้าน เพื่อสร้างความแตกต่าง และสร้างโอกาสในการเติบโตให้กับธุรกิจของลูกค้า

ภายใต้แนวคิด The Perfect Blend ปีนี้ ซีพี-เมจิ เชื่อว่า การสร้างสรรค์เมนูของผู้ประกอบการ ทั้งในธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ไม่ได้เกิดจากการเลือกวัตถุดิบที่ดีที่สุดเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการค้นหาส่วนผสมที่เหมาะสมที่สุดสำหรับ
แต่ละธุรกิจ เพราะความลงตัวของร้านหนึ่ง อาจไม่เหมือนอีกร้านหนึ่ง แต่ทุกความลงตัวล้วนต้องเริ่มต้นจากวัตถุดิบที่มีคุณภาพและเชื่อถือได้เพื่อให้ลูกค้าก้าวต่อในธุรกิจได้อย่างยั่งยืน” นางสาวอินทิรา กล่าว



บริษัท ซีพี-เมจิ จำกัด มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน ร่วมกับทุกภาคส่วนตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่ต้นน้ำ จนถึงปลายน้ำ ภายใต้แนวคิด ‘เพิ่มคุณค่าชีวิต’ หรือ‘Enriching Life’ ซึ่งประกอบด้วย 4 มิติหลัก ได้แก่ Enriching Health การยกระดับสุขภาพของผู้บริโภคทุกเพศทุกวัย ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และมีคุณค่าทางโภชนาการที่เชื่อถือได้ Enriching Employee การยกระดับชีวิตของพนักงานให้มีความสมดุลทั้งด้านร่างกายและจิตใจ Enriching Partner การสร้างการเติบโตร่วมกับเกษตรกร พันธมิตรทางธุรกิจ ลูกค้า และชุมชน และ Enriching Planet การบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านการจัดการด้านพลังงาน การอนุรักษ์น้ำ การจัดการของเสีย และการปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อก้าวสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Ad