KCG ร่วมกับ โรงเรียนการเรือน มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เผย 4 ทักษะแห่งอนาคต “Future Food Talent” สร้างผู้ประกอบการอาหารแห่งความยั่งยืนรุ่นใหม่ ผ่านโครงการ "จุดไฟปรุงฝัน ปี 3" - chokcyberai-ข่าวธุรกิจ888

chokcyberai-ข่าวธุรกิจ888

คุยเรื่องเทคโนโลยีและAIกับchokcyberai

Post Top Ad

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

ติดตามข่าวบันเทิงได้ที่ chokweekly

ติดตาม chokweekly chokcyberai

07 กันยายน 2569

KCG ร่วมกับ โรงเรียนการเรือน มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เผย 4 ทักษะแห่งอนาคต “Future Food Talent” สร้างผู้ประกอบการอาหารแห่งความยั่งยืนรุ่นใหม่ ผ่านโครงการ "จุดไฟปรุงฝัน ปี 3"

 #KCG ร่วมกับ #โรงเรียนการเรือน  #มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เผย 4 ทักษะแห่งอนาคต “Future Food Talent” สร้างผู้ประกอบการอาหารแห่งความยั่งยืนรุ่นใหม่ ผ่านโครงการ "#จุดไฟปรุงฝัน ปี 3"

 

บริษัท เคซีจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ประกาศความสำเร็จโครงการ “จุดไฟปรุงฝัน ครั้งที่ 3” ภายใต้คอนเซ็ปต์ “The Next Gen : European Technique x Thai Twist” ยกระดับจากโครงการเพื่อสังคม สู่แพลตฟอร์มสร้างโอกาสทางการศึกษา ผ่านการบรรจุในหลักสูตรจริงของนักศึกษาชั้นปีที่ 2 กว่า 185 คน เพื่อสร้าง “Future Food Talent” หรือ บุคลากรต้นน้ำแห่งอนาคต ที่จะเข้ามาขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารไทยสู่ยุค Next Generation Food Industry ซึ่งต้องมีความสามารถทั้งการประกอบการอาหาร การบริหารธุรกิจ ความยั่งยืน ฯลฯ ผ่านการผนึกพลังภาคธุรกิจ ภาคการศึกษา และคนรุ่นใหม่ พร้อมวางโรดแมปขยายความร่วมมือข้ามสายวิชาและสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ ตอกย้ำภาพสะท้อนของ KCG ที่เชื่อว่า “อาหารไม่ได้สร้างแค่ความอร่อย แต่สร้างโอกาส แรงบันดาลใจ และสามารถสร้างอนาคตที่ดีผ่านพลังของอาหาร”

 

         นายดำรงชัย วิภาวัฒนกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เคซีจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ KCG กล่าวว่า “KCG ดำเนินธุรกิจในฐานะผู้นำด้านผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อโมเดิร์นไลฟ์สไตล์สัญชาติไทยมายาวนานกว่า 60 ปี ภายใต้วิสัยทัศน์มุ่งเป็นผู้นำธุรกิจอาหารที่สร้างความรื่นรมย์ให้ผู้บริโภค พร้อมเสริมสร้างคุณค่าให้สังคมและสิ่งแวดล้อม ผ่านโครงการจุดไฟปรุงฝันมาตลอด 3 ปี โดยจากปีที่ 1 ที่เน้นสร้างอาชีพให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 ปีที่ 2 ร่วมกับกรุงเทพมหานคร ช่วยยกระดับทักษะของผู้ประกอบการ SME ร้านอาหาร และเบเกอรี่ และในปีที่ 3 นี้เรามุ่งเน้นไปที่ “คนต้นน้ำ” หรือนักศึกษาในสถาบันการศึกษา เพื่อเตรียมบุคลากรรุ่นใหม่ให้พร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลงของโลกอาหารในอีก 5–10 ปีข้างหน้า






 

 “Future Food Talent”  รากฐานการขับเคลื่อน Food Ecosystem แห่งอนาคต

            เหตุผลในการเลือกจับมือกับ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เนื่องจากเป็นสถาบันชั้นนำที่มีความเชี่ยวชาญด้านอาหารระดับประเทศ เพื่อร่วมกันสร้างโมเดลพัฒนา "คนต้นน้ำ" ผ่านการวางยุทธศาสตร์ “Future Food Talent” ซึ่งถือเป็นหลักสำคัญในการสร้างความสามารถในการแข่งขันระดับอุตสาหกรรมอาหารไทยในอนาคตผ่าน "4 ทักษะแห่งอนาคต" ได้แก่

1.Innovation (การคิดค้นและสร้างสรรค์นวัตกรรม) พัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารใหม่ให้ตอบโจทย์ตลาด มุ่งพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ การแก้ปัญหา และการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่สามารถต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ได้จริง

2. Application (การประยุกต์ใช้และลงมือปฏิบัติจริง)การประยุกต์ใช้วัตถุดิบและเทคนิคการพัฒนาสูตรอาหารอย่างมืออาชีพ เรียนรู้การนำทฤษฎีมาสู่การปฏิบัติจริง เพื่อพัฒนาสูตร ผลิตภัณฑ์ และกระบวนการทำงานให้สอดคล้องกับมาตรฐานอุตสาหกรรม

3. Consumer  Insight (เข้าใจผู้บริโภคและเทรนด์ตลาด) การเข้าใจผู้บริโภค แนวโน้มตลาด และการสร้างมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจ พัฒนาทักษะการวิเคราะห์ความต้องการของตลาด เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์และแนวคิดทางธุรกิจที่มีคุณค่าและสร้างความแตกต่างได้

4. Entrepreneurial Mindset (คิดแบบผู้ประกอบการ) การทำงานเป็นทีม การสื่อสาร และแนวคิดความเป็นผู้ประกอบการ เสริมสร้างทักษะการทำงานร่วมกับผู้อื่น การนำเสนอไอเดีย และการมองเห็นโอกาสทางธุรกิจ เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การทำงานในโลกอุตสาหกรรมจริง

            ผศ. ว่าที่ร้อยตรี ดร.ธนพัฒน์ แสงรุ่งเรือง คณบดี มหาวิทยาลัยสวนดุสิต กล่าวว่า “มหาวิทยาลัยสวนดุสิตมีความเชี่ยวชาญด้านอาหารมายาวนานกว่า 90 ปี มุ่งเน้นการเรียนการสอนภาคปฏิบัติเข้มข้นผสานความรู้ด้านนวัตกรรมอาหาร การร่วมมือกับ KCG ในโครงการ “จุดไฟปรุงฝัน ปี 3” ถือเป็นโอกาสสำคัญในการเปิดประตูให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญและสัมผัสประสบการณ์จริงจากภาคอุตสาหกรรม โดยนำกรอบความคิด Future Food Talent เข้ามาเติมเต็มให้นักศึกษามีความคิดเชิงนวัตกรรม บริหารจัดการต้นทุน และเข้าใจมิติทางธุรกิจ เพื่อผลิตบัณฑิตคุณภาพที่พร้อมปฏิบัติงานจริงในอุตสาหกรรมระดับมืออาชีพ”


            ความพิเศษของปีนี้ คือการบรรจุโครงการเข้าเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรการเรียนการสอนจริงสำหรับนักศึกษาชั้นปีที่ 2 กว่า 185 คน โดยวางกระบวนการเรียนรู้แบบครบวงจร ตั้งแต่ภาคทฤษฎี เวิร์กชอปภาคปฏิบัติ European Bakery x Thai Twist การจัดทำเอกสารแนวคิดเมนู (Concept Proposal) จนถึงการคัดเลือก 30 เมนูเข้ารอบสุดท้ายเพื่อลงมือทดลองทำจริงและได้นำเสนอเมนูกับเชฟผู้เชี่ยวชาญ เพื่อเฟ้นหา “Future Food Talent” ซึ่งผลสำเร็จในครั้งนี้จะเป็นต้นแบบสำคัญในการต่อยอดและพัฒนาปรับปรุงหลักสูตรการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัยต่อไป”


         คุณชัชชญา รักตะกนิษฐ (เชฟบิ๊บ) Vice President of KCG Creative Center และ KCG Ambassador Chef
กล่าวว่า “โครงการ “จุดไฟปรุงฝัน ปีที่ 3” มีเป้าหมายสำคัญในการบ่มเพาะนักศึกษาสู่การเป็น “Future Food Talent” ผ่านหลักสูตรที่ไม่ได้สอนแค่การทำอาหาร แต่เป็นการนำโจทย์จริงจากภาคธุรกิจมาให้นักศึกษาได้ฝึกคิดและลงมือทำ โดยทีมเชฟ KCG ได้เข้าไปถ่ายทอดองค์ความรู้ผ่าน 4 ทักษะแห่งอนาคต เพื่อเตรียมความพร้อมให้นักศึกษาก้าวสู่การเป็นบุคลากรคุณภาพและผู้ประกอบการ
อาหารรุ่นใหม่ที่สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนในอนาคต

            ความสำเร็จของ โครงการ “จุดไฟปรุงฝัน ปี 3” ในครั้งนี้ ไม่เพียงสะท้อนผ่านการบูรณาการเข้าสู่หลักสูตรการเรียนการสอนจริงจนเกิดเป็นผลงาน Showcase 30 เมนูซิกเนเจอร์ พร้อมการมอบรางวัลประกวดและรางวัลพิเศษรวม 35 รางวัล มูลค่ารวมกว่า 61,000 บาทเท่านั้น แต่ยังสร้างแรงอิมแพ็กต์เชิงบวกที่ยกระดับจากการทำ CSR แบบดั้งเดิม สู่การสร้างคุณค่าร่วม (Shared Value) ที่ทุกฝ่ายได้รับประโยชน์ร่วมกันอย่างแท้จริง ตั้งแต่การสร้างโอกาสและทักษะอาชีพให้เยาวชน การสร้างความร่วมมือเชิงลึกกับสถาบันการศึกษา การเติมบุคลากรคุณภาพสู่ภาคอุตสาหกรรม ตลอดจนการสร้างกำลังคนที่มีศักยภาพเพื่อขับเคลื่อนประเทศ

      การบ่มเพาะ Future Food Talent ผ่านโครงการจุดไฟปรุงฝัน จึงถือเป็นต้นแบบสำคัญในการผสานองค์ความรู้ด้านอาหาร เทคโนโลยี ธุรกิจ และความยั่งยืนเข้าด้วยกัน ตอกย้ำมุมมองของ KCG ที่ว่า “Food Innovator คือผู้สร้างนวัตกรรมอาหาร ส่วน Future Food Talent คือกำลังคนที่อุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคตต้องการ” ซึ่งทั้งสองกลุ่มจะเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารไทยสู่ยุค Next Generation Food Industry พร้อมสะท้อนความเชื่อมั่นขององค์กรที่ว่า “อาหารไม่ได้สร้างแค่ความอร่อย แต่สร้างโอกาส แรงบันดาลใจ และสามารถสร้างอนาคตที่ดีผ่านพลังของอาหาร”


ติดตามข่าวสารและข้อมูลเพิ่มเติมของ KCG ได้ที่ https://www.facebook.com/kcgcorporation , www.kcgcorporation.com/


                                                                        ###
เกี่ยวกับบริษัท KCG

         บริษัท เคซีจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ KCG คือ ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อโมเดิร์นไลฟ์สไตล์ สัญชาติไทย ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ พ.ศ 2501 โดยคุณวิจัย วิภาวัฒนกุล และ คุณตง ธีระนุสรณ์กิจ จากเดิมใช้ชื่อว่า “กิมจั๊วพาณิชย์”  ซึ่งมีแบรนด์สินค้าที่อยู่คู่ประเทศไทยมานาน อาทิ ‘อิมพีเรียล’  คุกกี้กล่องแดง, ‘อลาวรี่’  แบรนด์ผลิตภัณฑ์เนย และชีส ยอดขายอันดับ 1 ยาวนานถึง 10 ปีซ้อน, ‘ซันควิก’  น้ำผลไม้เข้มข้น จากธรรมชาติ ยอดขายในไทยกว่า 800,000 ขวด ต่อปี

         ในช่วงแรกเริ่มดำเนินธุรกิจทางด้านการนำเข้าและเป็นตัวแทนจำหน่าย สินค้าประเภทอาหารสำเร็จรูปจากต่างประเทศ จนมาถึงปัจจุบันได้มีการพัฒนาจนธุรกิจเติบโต กลายเป็นทั้งผู้นำเข้า ผู้ผลิต และผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพื่อการบริโภค ทั้งธุรกิจผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนม ในกลุ่มสินค้าประเภท เนยและชีส ธุรกิจผลิตภัณฑ์ที่เป็นส่วนประกอบอาหารและเบเกอรี รวมถึงธุรกิจผลิตภัณฑ์บิสกิตหรือขนมสําเร็จรูปต่าง ๆ อาทิ คุกกี้ แยมผลไม้ เยลลี่ สําเร็จรูป มากกว่า 1,300 สินค้าภายใต้บริษัทฯ

และบริษัทได้แปลงสภาพเป็นบริษัทมหาชนและได้รับการอนุมัติเข้าซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2566 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมีเป้าหมาย เป็นองค์กรที่สร้างสรรค์ความรื่นรมย์ให้กับการรับประทานอาหาร ที่ทุกคนทำงานด้วยใจรักในศาสตร์และศิลปะของอาหาร และความเป็นมืออาชีพ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Ad