“#โค้ก” จับมือ #GrabFood ปลุกกระแส “#กินด้วยกันอร่อยกว่า” ชวนคนไทยพักจากความเร่งรีบ เติมความอร่อยให้มื้อสำคัญ ผ่านร้านแนะนำจาก #GrabThumbsUp
กรุงเทพฯ, 25 กันยายน 2569 – กลุ่มธุรกิจโคคา-โคล่า ในประเทศไทย เดินหน้าสานต่อแนวคิด “กินด้วยกันอร่อยกว่า” ใน แคมเปญ “อะไรๆ ก็รอได้ มื้ออร่อยกับโค้กรอไม่ได้” จับมือ GrabFood ยกขบวนไรเดอร์ในลุคใหม่สุดเท่กับแจ็กเกต “โคคา-โคล่า x #GrabThumbsUp” ชวนคนไทยพักจากงาน และความเร่งรีบระหว่างวัน แล้วมาเอนจอยมื้ออาหารแสนอร่อยกับครอบครัว และเพื่อน พร้อมเติมเต็มความสดชื่นไปกับ “โค้ก” ที่จับคู่กับเมนูเด็ดจากร้านคุณภาพบน #GrabThumbsUp
โดย ความร่วมมือในครั้งนี้ มุ่งเฉลิมฉลองเสน่ห์และความหลากหลายของอาหารไทยจากทั้ง 4 ภูมิภาค ถ่ายทอดผ่านเมนูท้องถิ่นที่คนไทยคุ้นเคยและผูกพัน ได้แก่ “ข้าวกะเพรา” จากภาคกลาง “ส้มตำและไก่ย่าง” จากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ “ข้าวซอย” จากภาคเหนือ และ “แกงไตปลาและไก่ทอดหาดใหญ่” จากภาคใต้ โดยผู้บริโภคสามารถค้นหาและสั่งเมนูแนะนำเหล่านี้ได้จากร้านอาหารคุณภาพ #GrabThumbsUp พร้อมรับดีลพิเศษสำหรับชุดอาหารคู่ “โค้ก” เพื่อร่วมสนับสนุนร้านอาหารท้องถิ่น และเปลี่ยนทุกมื้อ ให้เป็นช่วงเวลาดี ๆ ร่วมกับคนสำคัญ
กิติศักดิ์ มโนรัตนา ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการตลาด บริษัท โคคา-โคล่า ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า “วันนี้ผู้บริโภคมองหาทั้งความสะดวกและประสบการณ์ที่ดีในทุกมื้ออาหาร ความร่วมมือระหว่าง “โคคา-โคล่า” และ GrabFood จึงเป็นการผสานจุดแข็งของสองแบรนด์ที่อยู่ในชีวิตประจำวันของผู้บริโภค เข้าด้วยกัน โดย GrabFood ช่วยให้ทุกคนเข้าถึงร้านอาหารและเมนูโปรดได้สะดวกยิ่งขึ้น ขณะที่ “โค้ก” ช่วยเติมเต็มความสดชื่นให้มื้ออาหารพิเศษขึ้น เพราะเราเชื่อว่าความอร่อยไม่ได้อยู่แค่ในจานอาหาร แต่อยู่ในช่วงเวลาที่ได้กินด้วยกันและมี “โค้ก” เป็นส่วนหนึ่งของมื้อนั้นด้วย”
ภูรี อัครผลพานิช ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานพาณิชย์ แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า “ความพิเศษของแคมเปญนี้ นอกเหนือจากการทำให้คนได้คิดถึงช่วงแห่งความสุข ของการได้มาทานอาหารร่วมกันแบบพร้อมหน้า คือ การนำเมนูโปรดของคนไทยในทุกภูมิภาค มาเป็นไฮไลท์ในการสื่อสาร เพื่อสะท้อนถึงวิถีชีวิตของผู้บริโภค มากยิ่งขึ้น อย่าง ‘ข้าวกะเพรา’ เมนูยอดนิยมตลอดกาลของคนไทยที่ครองแชมป์อันดับ 1 อาหารตามสั่งที่ขายดีที่สุดบน GrabFood ซึ่งแค่ 8 เดือนแรกของปีนี้ มีคนกดสั่ง ‘ข้าวกะเพรา’ ไปแล้วถึง 22 ล้านจาน ทั้งนี้ ความร่วมมือกับ “โคคา-โคล่า” ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการต่อยอดกระแส ความนิยมของร้านคุณภาพจาก GrabThumbsUp ทั่วประเทศ ผ่านการนำช่องทางการตลาดบนแพลตฟอร์ม มาช่วยสนับสนุนพาร์ทเนอร์ร้านค้า โดยเฉพาะร้านอาหารท้องถิ่น ให้เป็นที่รู้จัก และเข้าถึงลูกค้าได้ในวงกว้าง ”
ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสร้างสีสันและความน่าตื่นเต้นให้กับแคมเปญฯ “โคคา-โคล่า” และ GrabFood ยังได้เตรียมเผยลุคใหม่ของไรเดอร์ในดีไซน์ที่ผสานตัวตนของทั้งสองแบรนด์ไว้อย่างลงตัว โดยมาครบเซ็ต ตั้งแต่หมวก แจ็กเกต กระเป๋าจัดส่งอาหาร ไปจนถึงการแรพรถ GrabCar ควบคู่ไปกับการสื่อสาร ผ่านแอปพลิเคชัน Grab และสื่อ ณ จุดขายของร้านอาหารที่ร่วมรายการ เพื่อเชื่อมโยงประสบการณ์ ของผู้บริโภคตั้งแต่การค้นหาและสั่งอาหารไปจนถึงการรับมื้ออร่อย พร้อมช่วยเพิ่มการมองเห็น ให้กับร้านอาหารที่เข้าร่วมแคมเปญ
ผู้บริโภคสามารถร่วมสัมผัสมื้ออร่อยจากร้านอาหาร #GrabThumbsUp ที่เข้าร่วมแคมเปญ พร้อมรับสิทธิพิเศษสำหรับชุดอาหารคู่ “โค้ก” และส่วนลด 15% สูงสุด 100 บาท เพียงใส่โค้ด COKEGTU ได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 17 มีนาคม 2570 ติดตามรายละเอียดแคมเปญเพิ่มเติมได้ที่ GrabFood และร่วมแบ่งปันช่วงเวลาการกิน ด้วยกันที่ www.coca-cola.com/thและเฟซบุ๊ก Coca-ColaTH พร้อมติดตามผ่านแฮชแท็ก #กินด้วยกันอร่อยกว่า #งานรอได้มื้ออร่อยกับโค้กรอไม่ได้ #CokeTH #GrabThumbsUp
####
กลุ่มธุรกิจโคคา-โคล่า ในประเทศไทย ประกอบด้วย บริษัท โคคา-โคล่า (ประเทศไทย) จำกัด ในฐานะผู้รับผิดชอบในกิจกรรมการตลาด และสองบริษัทพันธมิตรผู้ผลิตและจำหน่าย บริษัท ไทยน้ำทิพย์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) รับผิดชอบ 63 จังหวัด ทั่วประเทศ และ บมจ. หาดทิพย์ รับผิดชอบใน 14 จังหวัดภาคใต้
กลุ่มธุรกิจโคคา-โคล่า ในประเทศไทยดำเนินงานเคียงคู่สังคมไทยมากว่า 77 ปี ในฐานะผู้นำในตลาดเครื่องดื่ม ปราศจากแอลกอฮอล์ทั่วประเทศ นอกเหนือจากแบรนด์ โคคา-โคล่า แล้วผลิตภัณฑ์ ในพอร์ตโฟลิโอของกลุ่มธุรกิจโคคา-โคล่า ในประเทศไทย ยังประกอบไปด้วย “โค้ก”, “แฟนต้า”, “สไปรท์”, “ชเวปส์”, “เอแอนด์ดับบลิว” รูทเบียร์ รวมถึงน้ำส้ม “มินิทเมด สแปลช”, “มินิทเมด พัลพิ”, “น้ำดื่มน้ำทิพย์”, และ “ชเวปส์” มิกซ์”














ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น