ฟอร์ติเน็ต ซื้อกิจการ Virtue AI เสริมแกร่งกลยุทธ์ Security for AI ตอบโจทย์องค์กรในยุค Agentic Enterprise - ข่าวธุรกิจ888 -โชคชัย บุณยะกลัมพ

ข่าวธุรกิจ888 -โชคชัย บุณยะกลัมพ

ข่าว ธุรกิจ888 โชคชัย บุณยะกลัมพ เทคโนโลยี AI chokcyberai

Post Top Ad

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

ติดตามข่าวบันเทิงได้ที่ chokweekly

ติดตาม chokweekly chokcyberai

24 สิงหาคม 2569

ฟอร์ติเน็ต ซื้อกิจการ Virtue AI เสริมแกร่งกลยุทธ์ Security for AI ตอบโจทย์องค์กรในยุค Agentic Enterprise

#ฟอร์ติเน็ต ซื้อกิจการ #VirtueAI เสริมแกร่งกลยุทธ์ Security for AI ตอบโจทย์องค์กรในยุค #AgenticEnterprise

Virtue AI จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้ Fortinet AI-Native Security Fabric ด้วยความสามารถในการตรวจสอบและทดสอบระบบเอเจนต์ AI แบบต่อเนื่อง พร้อมการปกป้องขณะทำงาน ครอบคลุมตลอดวงจรการใช้งาน AI

ฟอร์ติเน็ต® (NASDAQ: FTNT) ผู้นำระดับโลกด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ที่มุ่งเน้นการรวมระบบเครือข่ายและความมั่นคงปลอดภัยเข้าด้วยกัน ประกาศเข้าซื้อกิจการ Virtue AI ผู้นำด้านนวัตกรรมการปกป้อง AI ขณะทำงาน การตรวจสอบและทดสอบระบบ AI แบบอัตโนมัติ และระบบความมั่นคงปลอดภัยสำหรับระบบ AI อัตโนมัติ การเข้าซื้อกิจการในครั้งนี้เป็นการต่อยอดกลยุทธ์ Security for AI และวิสัยทัศน์ในการรักษาความปลอดภัยสำหรับองค์กรในยุค Agentic Enterprise โดยขยายขีดความสามารถจากพอร์ตโฟลิโอโซลูชันความปลอดภัย AI เดิมของฟอร์ติเน็ต เช่น FortiGate Hyperscale Firewall

ในขณะที่องค์กรต่าง ๆ เร่งนำแอปพลิเคชัน AI และเอเจนต์ AI อัตโนมัติมาใช้งาน ส่งผลให้พื้นที่เสี่ยงต่อการถูกโจมตีขยายกว้างขึ้นเกินกว่าระบบเครือข่าย ผู้ใช้ อุปกรณ์ปลายทาง แอปพลิเคชันและคลาวด์แบบเดิม โดยครอบคลุมไปถึง Prompt โมเดล AI เอเจนต์ AI เครื่องมือ Model Context Protocol (MCP) การเรียกใช้งาน API และโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI องค์กรจึงจำเป็นต้องนำ AI มาใช้งานได้อย่างมั่นใจ รักษาระดับความมั่นคงปลอดภัยในสภาพแวดล้อมการทำงานจริง และมั่นใจได้ว่าระบบ AI ทำงานได้ตรงตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้




 

ฟอร์ติเน็ตได้ตอบโจทย์ความต้องการดังกล่าวไปในช่วงต้นปีที่ผ่านมาด้วย FortiAIGate ซึ่งช่วยปกป้องโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLMs) จากความเสี่ยงด้าน AI ที่เกิดขึ้นใหม่ เช่น Prompt Injections, Data Leakage, Model Poisoning, การใช้ทรัพยากรที่มากเกินจำเป็นและความเสี่ยงอื่นๆ ที่มุ่งเป้าไปยังระบบ AI โดยเฉพาะ การเข้าซื้อกิจการ Virtue AI จะช่วยขยายขอบเขตการรักษาความปลอดภัยให้ครอบคลุมทั้งโมเดล AI แอปพลิเคชันและระบบเอเจนต์ AI ตั้งแต่ขั้นตอนการพัฒนาไปจนถึงการทำงานจริง โดยผสานขีดความสามารถของ Guardian Agent เข้ากับฟีเจอร์สำคัญของผลิตภัณฑ์ Virtue AI ดังนี้

  • การทดสอบเจาะระบบเอเจนต์ AI อัตโนมัติ (Agentic System Red-Teaming) ทดสอบเอเจนต์ AI อัตโนมัติเพื่อหาช่องโหว่ที่อาจถูกโจมตีในแซนด์บ็อกซ์กว่า 50 รูปแบบ และ 14 โดเมนที่มีความเสี่ยงสูง รวมถึงการจำลองการโจมตีแบบ Prompt Injections และการโจมตีผ่าน MCP บนเฟรมเวิร์กเอเจนต์ชั้นนำ
  • การปกป้อง การกำกับดูแล และการมองเห็นความเสี่ยงของเอเจนต์ (Agent Protection, Governance, and Visibility) ช่วยให้มองเห็นการทำงานของเอเจนต์และเครื่องมือ AI ที่ทำงานอยู่ในระบบได้อย่างครบถ้วน พร้อมค้นหาแอปพลิเคชันและเอเจนต์ AI ที่ไม่ได้รับอนุญาต สแกนเครื่องมือ MCP และซอร์สโค้ดเพื่อค้นหาความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่ ติดตามพฤติกรรมของเอเจนต์ และบล็อกการเรียกใช้งานเครื่องมือที่เป็นอันตรายก่อนที่จะสร้างผลกระทบต่อระบบ
  • การตรวจสอบและทดสอบระบบ AI แบบต่อเนื่อง (Continuous AI Validation) ช่วยค้นหาความเสี่ยงใหม่ๆ ครอบคลุมทุกการอัปเดตโมเดลและการปรับแต่งนโยบายความปลอดภัย พร้อมสร้างหลักฐานที่พร้อมสำหรับการตรวจสอบ เพื่อรองรับการประเมินด้านความมั่นคงปลอดภัยและการปฏิบัติตามข้อกำหนด โดยการทดสอบเจาะระบบแบบอัตโนมัตินี้จะครอบคลุมรูปแบบการโจมตีหลายร้อยรูปแบบและหมวดหมู่ความเสี่ยงมากกว่า 1,000 รายการ พร้อมรองรับการทดสอบแบบมัลติโมดัลและสามารถจัดทำรายงานตามต้องการสำหรับทีมความมั่นคงปลอดภัย ทีมบริหารความเสี่ยงและทีมดูแลการปฏิบัติตามข้อกำหนด
  • การกำหนดแนวทางป้องกันแบบเรียลไทม์ (Real-Time Guardrails) ช่วยบังคับใช้นโยบายความปลอดภัยที่ปรับแต่งได้ครอบคลุมทั้งข้อความ ภาพ วิดีโอ เสียง และโค้ดที่สร้างโดย AI เพื่อป้องกันไม่ให้เนื้อหาที่เป็นอันตราย ข้อมูลสำคัญ การโจมตีแบบ Jailbreak และโค้ดที่มีช่องโหว่ไม่ให้เข้าถึงผู้ใช้หรือระบบปลายทาง

"AI กำลังเปลี่ยนแปลงการประมวลผลระดับองค์กรไปอย่างสิ้นเชิง และระบบความมั่นคงปลอดภัยก็ต้องพัฒนาให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว" เคน เซีย ผู้ก่อตั้ง ประธานกรรมการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฟอร์ติเน็ต กล่าว "เทคโนโลยีของ Virtue AI จะช่วยขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ของเราในการสร้างความมั่นใจด้าน AI อย่างต่อเนื่อง ช่วยให้ลูกค้าสามารถกำกับดูแลและปกป้องระบบ AI ได้ตลอดวงจรการใช้งาน พร้อมใช้งานระบบ AI ได้อย่างมั่นใจในระดับองค์กร

ข้อมูลจาก Gartner® ระบุว่า "ตลาดสำหรับการรักษาความปลอดภัยระบบนิเวศ AI และเอเจนต์ AI กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยคาดว่าผลิตภัณฑ์และเครื่องมือในตลาดดังกล่าวจะเติบโตจาก 2.8 พันล้านดอลลาร์ในปี 2026 ไปสู่ 16.4 พันล้านดอลลาร์ภายในปี 2030"  ฟอร์ติเน็ตมองว่าแนวโน้มการเติบโตของตลาดตามที่คาดการณ์ไว้นี้ สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการของอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้นในการรักษาความปลอดภัยสำหรับการใช้งาน AI ในยุคใหม่

ปัจจุบันลูกค้าให้ความไว้วางใจใน Fortinet AI-Native Security Fabric ในการมอบการปกป้องแบบครบวงจร ครอบคลุมทั้งระบบเครือข่าย อุปกรณ์ปลายทาง คลาวด์ แอปพลิเคชันและการติดตั้งใช้งาน AI การเข้าซื้อกิจการในครั้งนี้จะเข้ามาเติมเต็มFortiAIGate และเสริมความแข็งแกร่งให้กับขีดความสามารถด้านความปลอดภัยขณะทำงานของฟอร์ติเน็ตด้วยการตรวจสอบแบบอัตโนมัติและการปกป้องแบบเรียลไทม์จาก Virtue AI เมื่อทำงานร่วมกับการบังคับใช้นโยบายความปลอดภัยที่ประสานกันและข้อมูลข่าวกรองด้านภัยคุกคามจาก FortiGuard Labs จะช่วยให้องค์กรมีความมั่นใจในการปกป้องระบบ AI ได้อย่างสมบูรณ์ตลอดวงจรการใช้งาน

ทั้งนี้ บริษัทไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดทางการเงินของการเข้าซื้อกิจการ และมูลค่าที่ฟอร์ติเน็ตชำระเป็นค่าตอบแทนสำหรับธุรกรรมดังกล่าวไม่มีนัยสำคัญต่อธุรกิจของฟอร์ติเน็ต

เกี่ยวกับฟอร์ติเน็ต

ฟอร์ติเน็ต คือแรงขับเคลื่อนเพื่อพัฒนาความปลอดภัยทางไซเบอร์พร้อมผสานรวมเน็ตเวิร์กกิ้งและซีเคียวริตี้เข้าด้วยกัน ภารกิจของเราคือการรักษาความปลอดภัยให้กับผู้คน อุปกรณ์ และข้อมูลที่มีอยู่ในทุกที่ และวันนี้เรามอบความปลอดภัยทางไซเบอร์ในทุกที่ที่ลูกค้าต้องการด้วยกลุ่มผลิตภัณฑ์แบบบูรณาการที่ใหญ่ที่สุดในระดับเอ็นเตอร์ไพร์ซ (Enterprise-Grade) กว่า 50 รายการ โดยมีลูกค้าจำนวนเกินครึ่งล้านให้ความไว้วางใจในโซลูชันต่างๆ ของฟอร์ติเน็ต ซึ่งเป็นหนึ่งในโซลูชันที่มีการใช้งานมากที่สุด มีจำนวนการจดสิทธิบัตรมากที่สุด และผ่านการตรวจสอบมากที่สุดในอุตสาหกรรม สถาบันฝึกอบรม Fortinet (Fortinet Training Institute) หนึ่งในโปรแกรมการฝึกอบรมที่ใหญ่ที่สุดและครอบคลุมที่สุดในอุตสาหกรรม ที่ทุ่มเทให้กับการฝึกอบรมด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์และโอกาสทางอาชีพใหม่ๆ สำหรับทุกคน ความร่วมมือกับองค์กรชั้นนำทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงทีมรับมือเหตุฉุกเฉินด้านคอมพิวเตอร์ (Computer Emergency Response Teams: CERTs) หน่วยงานภาครัฐ และสถาบันการศึกษา ถือเป็นส่วนสำคัญของความมุ่งมั่นของฟอร์ติเน็ตในการเสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ในระดับโลก FortiGuard Labs ซึ่งเป็นองค์กรข่าวกรองและวิจัยภัยคุกคามระดับแนวหน้าของฟอร์ติเน็ตพัฒนาและใช้เทคโนโลยีการเรียนรู้ของเครื่องมือและ AI ระดับแถวหน้า เพื่อให้ลูกค้าได้รับการป้องกันได้อย่างทันท่วงทีตลอดเวลา รวมถึงข่าวกรองภัยคุกคามที่ใช้ดำเนินการได้จริง เรียนรู้เพิ่มเติมได้ที่  https://www.fortinet.com, Fortinet Blog และ FortiGuard Labs

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Ad