KCG คว้า 2 รางวัลจากเวที APEA 2026 Thailand ก้าวแกร่งบนเส้นทางความเป็นเลิศ ตอกย้ำบทบาทผู้นำธุรกิจอาหาร พร้อมขยายอาณาจักรสู่การเป็นผู้เล่นสำคัญในระดับภูมิภาค - chokcyberai-ข่าวธุรกิจ888

chokcyberai-ข่าวธุรกิจ888

คุยเรื่องเทคโนโลยีและAIกับchokcyberai

Post Top Ad

ติดตามข่าวบันเทิงได้ที่ chokweekly

ติดตาม chokweekly chokcyberai

26 สิงหาคม 2569

KCG คว้า 2 รางวัลจากเวที APEA 2026 Thailand ก้าวแกร่งบนเส้นทางความเป็นเลิศ ตอกย้ำบทบาทผู้นำธุรกิจอาหาร พร้อมขยายอาณาจักรสู่การเป็นผู้เล่นสำคัญในระดับภูมิภาค

#KCG คว้า 2 รางวัลจากเวที #APEA2026Thailand  ก้าวแกร่งบนเส้นทางความเป็นเลิศ ตอกย้ำบทบาท #ผู้นำธุรกิจอาหาร  พร้อมขยายอาณาจักรสู่การเป็นผู้เล่นสำคัญในระดับภูมิภาค

 

นายดำรงชัย วิภาวัฒนกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เคซีจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (กลาง)

บริษัท เคซีจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ KCG ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อโมเดิร์นไลฟ์สไตล์ รับรางวัล Asia Pacific Enterprise Awards (APEA) 2026 - Thailand Chapter ในสาขา Corporate Excellence และ Corporate Integrity and Governanceโดยมี นายดำรงชัย วิภาวัฒนกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้อำนวยการ เป็นผู้แทนบริษัทฯ ณ โรงแรม Conrad Bangkok

นายดำรงชัย กล่าวว่า “รางวัลครั้งนี้ถือเป็นเกียรติและความภาคภูมิใจของ KCG ในการเดินหน้าจากผู้นำในประเทศ สู่การเป็นผู้เล่นในระดับภูมิภาค หรือ Regional Player โดยเรายังคงมุ่งมั่นที่จะเป็นพันธมิตรที่ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจในทุกเจเนอเรชัน พร้อมสานต่อคุณค่าที่ คุณวิจัย วิภาวัฒนกุล และคุณตง ธีระนุสรณ์กิจ สองผู้ก่อตั้ง KCG ได้วางรากฐานไว้ตลอดระยะเวลากว่า 6 ทศวรรษ ทั้งความซื่อสัตย์ ความมีคุณธรรม และความคิดสร้างสรรค์ เพื่อร่วมกันสร้างบทต่อไปของ KCG ให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง เพราะความเป็นเลิศที่แท้จริง ไม่ได้วัดจากสิ่งที่เราบรรลุเท่านั้น แต่ยังรวมถึงวิธีการที่เราก้าวไปสู่ความสำเร็จด้วย”





 

การได้รับรางวัลทั้ง 2 สาขา นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญบนเส้นทางการเติบโตของ KCG จากธุรกิจครอบครัวสู่บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่ได้รับการยอมรับในฐานะผู้นำด้านผลิตภัณฑ์เนยและชีส โดย รางวัล Corporate Excellence ตอกย้ำถึงความเป็นเลิศในการขับเคลื่อนองค์กร ทั้งกระบวนการผลิตและการบริหารจัดการซัพพลายเชนตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ สู่การส่งมอบคุณค่าผ่านผลิตภัณฑ์สู่ลูกค้า ตลอดจนการพัฒนาศักยภาพบุคลากร เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ความสำเร็จดังกล่าวยังสะท้อนผ่านแบรนด์ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็น Allowrie  ที่ครองตำแหน่งแบรนด์เนยอันดับ 1 ในประเทศไทยต่อเนื่องยาวนานถึง 10 ปีซ้อน  การันตีด้วยรางวัล Market Leader Brand Award จาก Thailand’s Most Admired Brand 2026 รวมถึงกลุ่มผลิตภัณฑ์ประกอบอาหารและเบเกอรี่ (FBI) อาทิ Imperial และแบรนด์อื่น ๆ ที่ได้รับความนิยม ตลอดจนกลุ่มผลิตภัณฑ์บิสกิต (Biscuits) โดยมีผลิตภัณฑ์เรือธงอย่าง คุกกี้กล่องแดงอิมพีเรียล ที่ครองใจผู้บริโภคชาวไทยมาอย่างยาวนาน

ขณะที่ รางวัล Corporate Integrity and Governance เป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ความสำเร็จของ KCG ในการขับเคลื่อนองค์กรตามหลักธรรมาภิบาลและความโปร่งใส ควบคู่กับการบริหารจัดการความเสี่ยงและการยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานสู่ระดับสากล ผ่านการรับรอง FSSC 22000, ISO 22000 และ ISO 14001 ตลอดจนการได้รับ SET ESG Ratings ระดับ AAA รวมถึงได้รับคัดเลือกเป็นหนึ่งในหลักทรัพย์ ESG100 โดยสถาบันไทยพัฒน์ และยังคว้า 100 คะแนน จากการประเมินคุณภาพ การจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 และได้รับการรับรองเป็นสมาชิก แนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (Thai Private Sector Collective Action Against Corruption: CAC) ระดับ 2 ดาว ซึ่งล้วนสะท้อนเจตนารมณ์ของ KCG ในการดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานของธรรมาภิบาล ความรับผิดชอบ และการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน

###

เกี่ยวกับบริษัท KCG

บริษัท เคซีจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ KCG คือ ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อโมเดิร์นไลฟ์สไตล์ สัญชาติไทย ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ พ.ศ 2501 โดยคุณวิจัย วิภาวัฒนกุล และ คุณตง ธีระนุสรณ์กิจ จากเดิมใช้ชื่อว่า “กิมจั๊วพาณิชย์”  ซึ่งมีแบรนด์สินค้าที่อยู่คู่ประเทศไทยมานาน อาทิ ‘อิมพีเรียล’  คุกกี้กล่องแดง, ‘อลาวรี่’  แบรนด์ผลิตภัณฑ์เนย และชีส ยอดขายอันดับ 1 ยาวนานถึง 10 ปีซ้อน, ‘ซันควิก’  น้ำผลไม้เข้มข้น จากธรรมชาติ ยอดขายในไทยกว่า 800,000 ขวด ต่อปี      

ในช่วงแรกเริ่มดำเนินธุรกิจทางด้านการนำเข้าและเป็นตัวแทนจำหน่าย สินค้าประเภทอาหารสำเร็จรูปจากต่างประเทศ จนมาถึงปัจจุบันได้มีการพัฒนาจนธุรกิจเติบโต กลายเป็นทั้งผู้นำเข้า ผู้ผลิต และผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพื่อการบริโภค ทั้งธุรกิจผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนม ในกลุ่มสินค้าประเภท เนยและชีส ธุรกิจผลิตภัณฑ์ที่เป็นส่วนประกอบอาหารและเบเกอรี รวมถึงธุรกิจผลิตภัณฑ์บิสกิตหรือขนมสําเร็จรูปต่าง ๆ อาทิ คุกกี้ แยมผลไม้ เยลลี่ สําเร็จรูป มากกว่า 1,300 สินค้าภายใต้บริษัทฯ

และบริษัทได้แปลงสภาพเป็นบริษัทมหาชนและได้รับการอนุมัติเข้าซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไท ตั้งแต่วันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2566 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมีเป้าหมาย เป็นองค์กรที่สร้างสรรค์ความรื่นรมย์ให้กับการรับประทานอาหาร ที่ทุกคนทำงานด้วยใจรักในศาสตร์และศิลปะของอาหาร และความเป็นมืออาชีพ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Ad