#เซ็นทรัลฟู้ดรีเทล จับเทรนด์ '#Snackification' เปิดตัว “#HARUKI” โฮมเมดเบเกอรี่ญี่ปุ่นสแตนด์อโลนแบรนด์แรก รุกตลาด Food-to-Go เต็มสูบ ประเดิมสาขาแรกเซ็นทรัล นอร์ทวิลล์ 3 ก.ค. นี้
- สร้าง New Growth Platform ขานรับกระแสพฤติกรรม 'Meal Blur' ที่เปลี่ยนขนมปังให้เป็นมื้อหลักประจำวัน ชูคอนเซปต์ ‘Affordable Japanese Homemade Bakery’ ในราคาเข้าถึงง่ายเริ่มต้นเพียง 30 บาท พร้อมกางโรดแมปปูพรมขยายกว่า 20 สาขาทั่วประเทศภายในปี 2573
กรุงเทพฯ 29 มิถุนายน 2569 – บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ผู้ดำเนินธุรกิจร้านค้าปลีกภายใต้แบรนด์ท็อปส์ ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ ท็อปส์ เดลี่ ท็อปส์ ออนไลน์ ท็อปส์แคร์ และมัทสึคิโยะ เดินหน้าขยายพอร์ตโฟลิโอธุรกิจครั้งสำคัญ ประกาศรุกคืบสู่เซกเมนต์ Food-to-Go อย่างเต็มรูปแบบ ตอบรับปรากฏการณ์ 'Meal Blur' และเทรนด์ 'Snackification' ของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ทลายเส้นแบ่งระหว่างมื้ออาหารหลักและของว่างให้หลอมรวมเข้าด้วยกัน โดยเปิดตัว “HARUKI” ร้านเบเกอรี่สไตล์ญี่ปุ่นโฮมเมดในรูปแบบ สแตนด์อโลนแห่งแรก สู่คอนเซปต์ “Affordable Japanese Homemade Bakery” เพื่อนำเสนอเบเกอรี่คุณภาพสูงตามปรัชญาการทำแป้งแบบญี่ปุ่น (Japanese Dough Philosophy) ในราคาจับต้องได้ เริ่มต้น เพียง 30 บาท เตรียมปักหมุดเปิดให้บริการสาขาแรกอย่างเป็นทางการ ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล นอร์ทวิลล์ ในวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 นี้ มุ่งตอบโจทย์ความสะดวกยืดหยุ่นและก้าวสู่การเป็น Everyday Bakery ของคนเมือง อย่างแท้จริง
นายธนวัตร จิรจริยาเวช กรรมการผู้จัดการ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า “ตลาด Food-to-Go เป็นหนึ่งในเซกเมนต์สำคัญของธุรกิจอาหารและค้าปลีก จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับความสะดวก รวดเร็ว คุณภาพ และความคุ้มค่าในการใช้ชีวิตมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z และ Millennials มากกว่า 2 ใน 5 ของผู้บริโภคทั่วโลกเลือกบริโภคของว่างหรืออาหารพร้อมรับประทานเพื่อทดแทนมื้ออาหารหลักอย่างน้อยวันละครั้ง (ที่มา Innova Market Insights) จากแนวโน้มดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงปรากฏการณ์ 'Meal Blur' ที่รูปแบบ และพฤติกรรมการรับประทานอาหารของผู้บริโภคมีการปรับเปลี่ยน จนเส้นแบ่งระหว่าง ‘มื้อหลัก’ และ ‘ของว่าง’ กำลังถูกหลอมรวมเข้าด้วยกันมากขึ้น ควบคู่ไปกับเทรนด์ 'Snackification' ที่ผู้บริโภคยุคใหม่หันมานิยมเลือกบริโภคอาหารที่หาซื้อง่าย ทานง่าย สะดวกรวดเร็ว สามารถรับประทานได้ทุกที่ทุกเวลา แต่ยังคงให้คุณค่ทางโภชนาการสูงเพื่อทดแทนมื้ออาหารหลักในวันเร่งรีบ ทำให้อาหารในกลุ่ม Food-to-Go และเบเกอรี่เข้ามามีบทบาทสำคัญมากขึ้นในฐานะส่วนหนึ่งของการบริโภคในชีวิตประจำวัน
นอกจากนี้ ทิศทางดังกล่าวยังสอดรับกับตลาดเบเกอรี่ไทยที่ปัจจุบันมีมูลค่ากว่า 40,000 ล้านบาท และเติบโตเฉลี่ย 4–5% ต่อปี จากแรงหนุนของพฤติกรรมการเข้าคาเฟ่ การเลือกอาหารในรูปแบบ Grab-and-Go ที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน หนึ่งในเซกเมนต์ของตลาดเบเกอรี่ที่มีการเติบโตโดดเด่น ได้แก่ Soft Bread และ Japanese-style Bakery ซึ่งได้รับความนิยมเนื่องจากเป็นเบเกอรี่ที่มีเนื้อสัมผัสที่นุ่ม รับประทานง่าย จนสามารถกลายเป็นอาหารที่ให้ความรู้สึกฮีลใจ และเหมาะแก่การบริโภคได้ในทุกช่วงเวลา ประกอบกับกระแสความนิยมในอาหารและวัฒนธรรมญี่ปุ่นที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลจาก Japan National Tourism Organization (JNTO) ระบุว่า ในปี 2568 มีคนไทยเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นมากกว่า 1.23 ล้านคน สะท้อนถึงความคุ้นเคยของผู้บริโภคไทยต่อรสชาติ คุณภาพ และวัฒนธรรมการบริโภคแบบญี่ปุ่นที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เบเกอรี่สไตล์ญี่ปุ่นก้าวจากตลาดเฉพาะกลุ่มสู่หนึ่งในเซกเมนต์ที่มีศักยภาพในการเติบโตสูงของตลาด เบเกอรี่ไทย
และด้วยเหตุนี้ จากปัจจัยการเติบโตของตลาด Food-to-Go ประกอบกับศักยภาพของตลาดเบเกอรี่สไตล์ญี่ปุ่น ส่งผลให้เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทลมองเห็นโอกาสที่จะต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านเบเกอรี่สู่รูปแบบธุรกิจใหม่ จึงได้เปิดตัว “HARUKI” ในฐานะร้านเบเกอรี่สแตนด์อโลนแห่งแรก ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล นอร์ทวิลล์ หนึ่งในทำเลยุทธศาสตร์ของกรุงเทพฯ ตอนเหนือและนนทบุรี เพื่อขยายการเข้าถึงผู้บริโภคนอกเหนือจากฐานลูกค้าในซูเปอร์มาร์เก็ต และสร้าง New Growth Platform ให้กับพอร์ตธุรกิจอาหารของบริษัท โดยนำเสนอแนวคิด ‘Affordable Japanese Homemade Bakery’ ที่มุ่งนำเสนอเบเกอรี่สไตล์ญี่ปุ่นคุณภาพสูงในราคาที่เข้าถึงได้ เริ่มต้นเพียง 30 บาท พร้อมตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่มองหาทั้งความสดใหม่ ความเป็นต้นตำรับ และความคุ้มค่าในทุกวัน”
สำหรับ “HARUKI” ได้รับแรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมร้านเบเกอรี่โฮมเมดของญี่ปุ่นที่เป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตประจำวันของผู้คนในชุมชน โดยตัวร้านถูกออกแบบในรูปแบบ Open Space และ Open Kitchen ที่เปิดโอกาสให้ลูกค้าได้สัมผัสความหอมและความสดใหม่จากการอบขนมปังตลอดทั้งวัน พร้อมถ่ายทอดแนวทาง “Baked the Japanese Way” ผ่านความพิถีพิถันในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การคัดสรรวัตถุดิบ การอบสดภายในร้าน ไปจนถึงการพัฒนาเมนู เพื่อส่งมอบคุณภาพ ความสดใหม่ และรสชาติสไตล์ญี่ปุ่นที่ตอบโจทย์การบริโภคในชีวิตประจำวัน ผ่านไลน์อัปสินค้ากว่า 100 รายการ ครอบคลุมทั้งกลุ่มเมนูประจำวันสำหรับการรับประทานได้ในทุกโอกาส เมนูซิกเนเจอร์ที่สะท้อนเอกลักษณ์และความเชี่ยวชาญของแบรนด์ และเมนูพิเศษตามฤดูกาลที่หมุนเวียนเพื่อสร้างความแปลกใหม่ให้กับผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง พร้อมเติมเต็มประสบการณ์ด้วยเมนูเครื่องดื่มกว่า 20 รายการ อาทิ กาแฟคินาโกะ (Kinako Coffee) มัตฉะลาเต้คินาโกะ Kinako Matcha Latte และเครื่องดื่มสไตล์ญี่ปุ่นที่ออกแบบมาเพื่อรับประทานคู่กับเบเกอรี่โดยเฉพาะ โดยมีเมนูไฮไลต์ได้แก่
- Haru Miso Pan เมนูซิกเนเจอร์ประจำแบรนด์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมมิโซะของญี่ปุ่น ถ่ายทอดรสชาติแห่งความอบอุ่นในรูปแบบเบเกอรี่สมัยใหม่ ผ่านสูตร Miso Butter เฉพาะของ HARUKI ที่ให้รสอูมามิ กลิ่นหอมละมุน และเนื้อสัมผัสนุ่มเบาในสไตล์ญี่ปุ่น
- Mentaiko Creations กลุ่มเบเกอรี่รสชาติซาวอรีที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก “เมนไทโกะ” หรือไข่ปลาค็อดปรุงรสอันเป็นเอกลักษณ์ของญี่ปุ่น โดดเด่นด้วยความสมดุลระหว่างรสชาติอูมามิ ความหอมมันและความนุ่มของขนมปัง สะท้อนเสน่ห์ของ Japanese Comfort Flavor ที่รับประทานได้ทุกวัน
- Japanese-Inspired Bakery Collection เมนูเบเกอรี่สไตล์ญี่ปุ่นที่พัฒนาขึ้นจากหลักการอบ แบบญี่ปุ่นและวัตถุดิบคัดสรรจากประเทศญี่ปุ่น เพื่อมอบประสบการณ์ความอร่อยที่เรียบง่าย เข้าถึงได้ และเต็มไปด้วยความพิถีพิถันในทุกคำ
พิเศษ! สำหรับการเปิดสาขาแรกอย่างเป็นทางการ HARUKI เตรียมเสิร์ฟ Freshly Baked Haru Miso Pan เมนูซิกเนเจอร์ที่อบสดใหม่เป็นรอบตลอดวันในจำนวนจำกัดเพียงรอบละ 100 ชิ้น เท่านั้น พร้อมมอบ Limited Edition Haruki Bag & Bandana กระเป๋าและผ้าโพกหัวดีไซน์เอ็กซ์คลูซีฟมูลค่า 500 บาท สำหรับลูกค้าที่มียอดซื้อครบ 399 บาท ตั้งแต่วันที่ 3-12 กรกฎาคม 2569 เท่านั้น
“การเปิดตัว HARUKI Bakery Shop ถือเป็นอีกก้าวของเซ็นทรัล ฟู้ด รีเทลในการขยายธุรกิจสู่ตลาด เบเกอรี่สแตนด์อโลน เพื่อตอบรับการเติบโตของตลาด Food-to-Go โดยตั้งเป้าขยายร้าน HARUKI Bakery Shop มากกว่า 20 สาขาภายในปี 2573 ผ่านทำเลที่สอดคล้องกับการใช้ชีวิตของผู้บริโภค อาทิ ไลฟ์สไตล์มอลล์ คอมมูนิตี้มอลล์ และอาคารสำนักงาน เพื่อผลักดัน HARUKI ให้เป็นหนึ่งในจุดหมายด้านเบเกอรี่สไตล์ญี่ปุ่นสำหรับผู้บริโภคไทย และรองรับโอกาสการบริโภคที่เติบโตอย่างต่อเนื่องในอนาคต” นายธนวัตร กล่าวสรุป
เตรียมพบกับ “HARUKI Bakery Shop” ร้านเบเกอรี่สไตล์ญี่ปุ่นโฮมเมดในรูปแบบสแตนด์อโลนแห่งแรก ตั้งแต่วันที่ 3 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล นอร์ทวิลล์ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: HARUKI Thailand
#CentralFoodRetail #Haruki #AffordableJapaneseHomemadeBakery #EveryDayDISCOVERY
###
เกี่ยวกับเซ็นทรัล รีเทล
บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (“บริษัทฯ” หรือ “เซ็นทรัล รีเทล”) เป็นผู้นำธุรกิจค้าปลีกรวมทั้งธุรกิจค้าส่งสินค้าหลากหลายประเภท ผ่านรูปแบบและช่องทางที่หลากหลาย (Multi-Format, Multi-Category Omnichannel Retail and Wholesale Platform) ในประเทศไทย และ ประเทศเวียดนาม บริษัทฯ มีเครือข่ายร้านค้าภายใต้แบรนด์ค้าปลีกและค้าส่งทั้งหมด 3,777 ร้านค้า (ข้อมูล ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569) อาทิ ห้างสรรพสินค้า ร้านขายสินค้าเฉพาะทาง ศูนย์ค้าส่งวัตถุดิบอาหาร ซูเปอร์มาร์เก็ต ไฮเปอร์มาร์เก็ต พลาซ่า และการจำหน่ายสินค้าออนไลน์บนแพลตฟอร์ม Omnichannel โดยธุรกิจของเซ็นทรัล รีเทล ครอบคลุมทั้งหมด 4 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ (1) กลุ่มฟู้ด มุ่งเน้นการจำหน่ายสินค้าอุปโภค-บริโภค วัตถุดิบอาหาร รวมถึงสินค้าและบริการด้านสุขภาพคนและสัตว์เลี้ยงภายใต้แบรนด์ค้าปลีกและค้าส่งต่าง ๆ เช่น ท็อปส์ ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ ท็อปส์ ไฟน์ ฟู้ด ท็อปส์ เดลี่ ท็อปส์ แคร์ และโก โฮลเซลล์ ในประเทศไทย ส่วนประเทศเวียดนาม ได้แก่ โก ไฮเปอร์มาร์เก็ต (บิ๊กซี / GO!) ท็อปส์ มาร์เก็ต มินิ โก (go!) และ ลานชี มาร์ท (2) กลุ่มฮาร์ดไลน์ มุ่งเน้นการจำหน่ายสินค้าตกแต่งและปรับปรุงบ้าน สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องเขียนและอุปกรณ์สำนักงาน หนังสือ และ e-Book ภายใต้แบรนด์ค้าปลีกต่าง ๆ เช่น ไทวัสดุ ไทวัสดุ x บีเอ็นบี โฮม ออโต้วัน เพาเวอร์บาย ออฟฟิศเมท บีทูเอส เมพ และเหงียน คิม (3) กลุ่มแฟชั่น มุ่งเน้นการจำหน่ายสินค้าเครื่องแต่งกาย และเครื่องประดับภายใต้แบรนด์ค้าปลีกต่าง ๆ เช่น ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน ซูเปอร์สปอร์ต และ เซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป และ (4) กลุ่มพร็อพเพอร์ตี้ มุ่งเน้นการให้เช่าพื้นที่สำหรับร้านค้าของกลุ่มบริษัทฯ และร้านค้าและบริการของบุคคลภายนอก เช่น โรบินสันไลฟ์สไตล์ ท็อปส์ พลาซ่า และ บิ๊กซี / GO! เวียดนาม โดย ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 เซ็นทรัล รีเทล ดำเนินธุรกิจใน 2 ประเทศ ได้แก่ ประเทศไทย ทั้งหมด 63 จังหวัด และ ประเทศเวียดนามทั้งหมด 26 จังหวัด








ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น