สจล. ดันคณะแพทยศาสตร์พลิกโฉม - สร้างโอกาสใหม่สาธารณสุขไทย ชูจุดแข็ง “แพทย์นวัตกร” และการเรียนรู้ข้ามศาสตร์ เติมเต็มศักยภาพระบบการแพทย์ประเทศ พร้อมรับวิกฤตสุขภาพโลก - chokcyberai-ข่าวธุรกิจ888

chokcyberai-ข่าวธุรกิจ888

คุยเรื่องเทคโนโลยีและAIกับchokcyberai

Post Top Ad

ติดตามข่าวบันเทิงได้ที่ chokweekly

ติดตาม chokweekly chokcyberai

10 กรกฎาคม 2569

สจล. ดันคณะแพทยศาสตร์พลิกโฉม - สร้างโอกาสใหม่สาธารณสุขไทย ชูจุดแข็ง “แพทย์นวัตกร” และการเรียนรู้ข้ามศาสตร์ เติมเต็มศักยภาพระบบการแพทย์ประเทศ พร้อมรับวิกฤตสุขภาพโลก

 #สจล. ดันคณะแพทยศาสตร์พลิกโฉม -  สร้างโอกาสใหม่สาธารณสุขไทย  ชูจุดแข็ง “#แพทย์นวัตกร” และการเรียนรู้ข้ามศาสตร์  เติมเต็มศักยภาพระบบการแพทย์ประเทศ พร้อมรับวิกฤตสุขภาพโลก

 

รองศาสตราจารย์ ดร.คมสัน มาลีสี อธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) เปิดเผยว่า สจล. มุ่งขับเคลื่อนสถาบันสู่การเป็น “The World Master of Innovation” ด้วยการสร้างระบบนิเวศแห่งนวัตกรรมที่เชื่อมโยงการศึกษา งานวิจัย และภาคอุตสาหกรรมเข้าด้วยกัน พร้อมสนับสนุนผลักดันองค์ความรู้และผลงานวิจัยจากห้องปฏิบัติการสู่การใช้งานจริงภายใต้แนวคิด “From Lab to Life” เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะมิติด้านสุขภาพและการแพทย์ ซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมอนาคตที่มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ ซึ่งคณะแพทยศาสตร์ สจล. ถือเป็นหนึ่งในตัวอย่างสำคัญของการนำองค์ความรู้และเทคโนโลยี เพื่อสร้างบัณฑิตแพทย์ที่มีศักยภาพสูงมีความเข้าใจในเทคโนโลยีและสามารถประยุกต์ใช้เพื่อสร้างงานวิจัยหรือนวัตกรรมการแพทย์ที่ใช้ได้จริงและสามารถตอบโจทย์ความท้าทายของระบบสาธารณสุขไทยและโลกได้อย่างเป็นรูปธรรม


 

ศ.นพ.สมชาย ธนวัฒนาเจริญ คณบดี คณะแพทยศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง  (สจล.) กล่าวว่า นิยามของสาธารณสุขโลกกำลังเปลี่ยนผ่านจากยุค ‘Reactive Medicine’ หรือการรักษาโรค ไปสู่การแพทย์เชิงป้องกันและการแพทย์แบบเฉพาะบุคคล ท่ามกลางความท้าทายของระบบสาธารณสุขไทย ทั้งสังคมสูงอายุระดับสุดยอด การเพิ่มขึ้นของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ความเหลื่อมล้ำด้านวิกฤติสุขภาพจิต รวมถึงค่าใช้จ่ายจากการพึ่งพาเทคโนโลยีต่างประเทศสูง ดังนั้นภาคส่วนทางการแพทย์และสถาบันการศึกษา ต้องปรับการทำงานสู่แนวทางเชิงรุก โดยคณะแพทยศาสตร์ สจล.จึงเร่งสร้าง ‘แพทย์นวัตกร’ (Medical Innovator) ผ่านหลักสูตรแพทยศาสตร์นานาชาติแห่งแรกของประเทศไทย ภายใต้กรอบการพัฒนา 4 สมรรถนะสำคัญของบัณฑิตแพทย์ สจล. ได้แก่ 1.มีความสามารถทางการแพทย์เป็นเลิศ 2. มีทักษะความสามารถด้านการวิจัย 3. มีทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 และ 4.มีความเป็นนานาชาติ เพื่อสร้างบัณฑิตแพทย์ที่พร้อมรับมือกับความท้าทายด้านสุขภาพในอนาคต

โดยมีโมเดลการพัฒนา ได้แก่ True Interdisciplinary Learning (บูรณาการข้ามศาสตร์จริง) ผ่านการนำจุดแข็ง The World Master of Innovation มาหลอมรวมกับศาสตร์การแพทย์ ซึ่งนักศึกษาแพทย์ที่นี่ไม่ได้เรียนรู้เฉพาะในห้องตรวจหรือหอผู้ป่วย แต่ทำงานร่วมกับคณะต่างๆ ของ สจล. และ Global Ecosystem & Advanced Infra การเรียนการสอนภายใต้มาตรฐานสากลและเครือข่ายโรงพยาบาลชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ พร้อมทั้งการขับเคลื่อนผ่าน Medical Innovation Lab และ Health Education Centre ศูนย์กลางการเรียนรู้ที่จำลองสถานการณ์เสมือนจริงด้วยเทคโนโลยีระดับสูง เพื่อเตรียมความพร้อมให้บัณฑิตสามารถทำงานทัดเทียมกับนานาชาติ

อาจารย์ คมสัน อธิการบดี

 

แพทย์นวัตกร” ของ สจล. จะมีสมรรถนะด้านการแพทย์และการคิดค้นวิจัยพัฒนา มีทักษะเข้าใจความเป็นมนุษย์และมีความเป็นสากล โดยนักศึกษาได้ถูกปลูกฝังกรอบความคิดด้านนวัตกรรมและกระบวนการคิดเชิงสร้างสรรค์  ยืดหยุ่น เพื่อสะท้อนถึงปัญหาของผู้ป่วยอย่างรอบด้าน และการตั้งคำถามอันนำไปสู่การพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมที่สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม สร้างความสมดุลระหว่างการใช้เทคโนโลยีกับการดูแลผู้ป่วยอย่างมีมนุษยธรรม ควบคู่กับการพัฒนาระบบนิเวศด้านสุขภาพเชิงนวัตกรรม รองรับความท้าทายของระบบสาธารณสุขไทยและการก้าวสู่สังคมสูงวัยอย่างมีคุณภาพ (Well-Aging) โดยต่อยอดองค์ความรู้สู่ผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้จริง”

ส่วนทิศทางดำเนินงานในทศวรรษหน้าของคณะแพทยศาสตร์ สจล. มุ่งยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศในการเป็นเมดิคัลฮับในภูมิภาคอาเซียน และเปลี่ยนจาก “ผู้ใช้และผู้นำเข้าเทคโนโลยีทางการแพทย์” ไปสู่การเป็น “ผู้สร้างองค์ความรู้ งานวิจัยและนวัตกรรมสุขภาพ” ผ่านการพัฒนากำลังบุคลากรทางการแพทย์ที่มีศักยภาพสูง ภายใต้วิสัยทัศน์ “Innovation for better life” ผ่านแนวทางการดำเนินงาน 3 ด้านสำคัญ ได้แก่

·   ความร่วมมือภายในสถาบัน (Internal Integration) โดยมุ่งสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ พร้อมทำวิจัยและพัฒนานวัตกรรมร่วมกับคณะต่างๆ ใน สจล. อาทิ คณะสถาปัตยกรรม ศิลปะและการออกแบบ

· ความร่วมมือกับพันธมิตรภายนอก (External Alliance) ขยายเครือข่ายความร่วมมืออย่างรอบด้าน โดยจับมือกับหน่วยงานที่เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ทั้งสถาบันวิจัยระดับชาติ ภาคเอกชน และกลุ่มสตาร์ทอัพด้าน MedTech ชั้นนำ เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เข้าถึงกระบวนการทดสอบทางคลินิก และการบ่มเพาะธุรกิจนวัตกรรม ควบคู่ไปกับการร่วมมือกับโรงพยาบาลและโรงเรียนแพทย์ชั้นนำในต่างประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนนักศึกษาและร่วมวิจัยนวัตกรรมการรักษาระดับสากล

·      การปฏิรูปและยกระดับหลักสูตร (Curriculum Modernization) ปรับปรุงหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิตนานาชาติให้มีความยืดหยุ่นสูงและก้าวทันเทคโนโลยี โดยเพิ่มมิติการเรียนรู้แบบ Action-Based Learning ที่เน้นให้ผู้เรียนลงมือแก้โจทย์จริงหน้างาน พร้อมทั้งแทรกชุดความรู้ด้าน Digital Health, Telehealth และทักษะการเป็นผู้ประกอบการเทคโนโลยีทางการแพทย์ เพื่อให้มั่นใจว่าบัณฑิตแพทย์ที่สำเร็จการศึกษาจะมีทักษะความเป็นผู้นำและการคิดค้นนวัตกรรมข้างเตียงคนไข้ (Bedside Innovation) ที่สามารถใช้งานได้จริง






 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Ad