31 ปี วันคล้ายวันสวรรคต “สมเด็จย่า” มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ จัดกิจกรรมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ - chokcyberai-ข่าวธุรกิจ888

chokcyberai-ข่าวธุรกิจ888

คุยเรื่องเทคโนโลยีและAIกับchokcyberai

Post Top Ad

ติดตามข่าวบันเทิงได้ที่ chokweekly

ติดตาม chokweekly chokcyberai

20 กรกฎาคม 2569

31 ปี วันคล้ายวันสวรรคต “สมเด็จย่า” มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ จัดกิจกรรมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ

 31 ปี วันคล้ายวันสวรรคต “#สมเด็จย่า” #มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ จัดกิจกรรมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ

                 มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดกิจกรรมเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือ “สมเด็จย่า” ครบรอบ 31 ปี วันที่ 18 กรกฎาคมของทุกปี ผ่านการจัดกิจกรรมปลูกป่าเสริมฟื้นฟูระบบนิเวศดอยตุง นิทรรศการประจำปี “งานศิลปะชนเผ่ากะเหรี่ยง” พิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายเป็นพระราชกุศล และพิธีถวายพานขันดอกสักการะ เพื่อแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พร้อมสืบสานพระราชปณิธาน “ปลูกป่า ปลูกคน” ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการฟื้นฟูผืนป่า การดูแลระบบนิเวศ และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชน อันเป็นแนวทางสำคัญที่มูลนิธิฯ ยังคงดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้คนและธรรมชาติอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน ณ จังหวัดเชียงราย เมื่อวันเร็วๆ นี้
                เริ่มต้นด้วยกิจกรรมภายใต้ “โครงการฟื้นฟูและปรับสภาพป่า (ปลูกป่าเสริม) สืบสานพระราชดำริ พลิกฟื้นคืนป่าธรรมชาติดั้งเดิม” โดยมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ร่วมกับหน่วยงานราชการและราษฎรในพื้นที่ ปลูกกล้าไม้ท้องถิ่นกว่า 20 ชนิด จำนวน 2,000 ต้น บนพื้นที่ 50 ไร่ ฟื้นฟูป่าที่ได้รับความเสียหายจากไฟป่าและปรากฏการณ์ “ไผ่ตายขุย” เมื่อปี 2567 พร้อมเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพและศักยภาพในการกักเก็บคาร์บอน ณ บริเวณหมู่บ้านแม่เปิน ตำบลแม่ฟ้าหลวง อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย

                คุณหญิงพวงร้อย ดิศกุล ณ อยุธยา กรรมการมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ กล่าวว่า พระราชปณิธาน “ฉันจะปลูกป่าบนดอยตุง” ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี สะท้อนถึงสายพระเนตรอันยาวไกลของสมเด็จย่า ทรงให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูป่ามาตั้งแต่กว่า 50 ปีก่อน ขณะที่ปัจจุบันทั่วโลกกำลังเผชิญกับความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรง จนการฟื้นฟูธรรมชาติกลายเป็นประเด็นสำคัญที่ทุกภาคส่วนต้องเร่งดำเนินการ
                กิจกรรมครั้งนี้ได้นำถุงเพาะกล้าที่ผลิตจากแป้งมันสำปะหลังและสามารถย่อยสลายในดินได้ภายใน 4 สัปดาห์มาใช้ เพื่อลดขยะพลาสติกและป้องกันรากกล้าไม้จากการบอบช้ำระหว่างปลูก พร้อมนำซากไผ่แห้งมาแปรรูปเป็นไบโอชาร์สำหรับปรับปรุงดินและลดเชื้อเพลิงสะสมในป่า โดยคาดว่าการปลูกป่าครั้งนี้จะช่วยเพิ่มการกักเก็บคาร์บอนได้ประมาณ 35 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี
                ในเวลาต่อมา อาจารย์นคร พงษ์น้อย ผู้อำนวยการอุทยานศิลปะวัฒนธรรมแม่ฟ้าหลวง จัดนิทรรศการประจำปีภายใต้ชื่อ “งานศิลปะชนเผ่ากะเหรี่ยง” รวบรวมผลงานโดดเด่นของศิลปินชาวกะเหรี่ยงจากทั่วประเทศ โดยมี ร้อยเอก จิทัศ ศรสงคราม กรรมการมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย คุณหญิงพวงร้อย ดิศกุล ณ อยุธยา, ม.ล.ดิศปนัดดา ดิศกุล และภาวนา เนียมลอย ร่วมงาน นิทรรศการจัดขึ้นเพื่อเผยแพร่และสืบสานศิลปะวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง เปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันที่ 19 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป ทุกวันอังคารถึงวันอาทิตย์ เวลา 08.00–16.30 น. ณ หอแก้ว อุทยานศิลปะวัฒนธรรมแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย

                ขณะเดียวกัน มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ได้จัดพิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ณ วัดพระแก้ว อำเภอเมืองเชียงราย
                และ ปิดท้ายกิจกรรมด้วย พิธีถวายพานขันดอกสักการะ ซึ่ง จังหวัดเชียงราย ร่วมกับ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ จัดขึ้น ณ อุทยานศิลปะวัฒนธรรมแม่ฟ้าหลวง (ไร่แม่ฟ้าหลวง) อำเภอเมืองเชียงราย เพื่อแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จย่า
โดยมี นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยผู้แทนจากมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนชาวเชียงรายเข้าร่วมพิธี














ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Ad