#เซ็นทรัลรีเทล เปิดวิสัยทัศน์บนเวที #ThailandVietnamBusinessForum2026 ตอกย้ำจุดมุ่งหมาย ‘#เซ็นทรัลรีเทลเวียดนาม’ มุ่งสร้างคุณค่าสู่ท้องถิ่น หนุนพลังพันธมิตรสองชาติเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน - chokcyberai

chokcyberai

คุยเรื่องเทคโนโลยีและAIกับchokcyberai

Post Top Ad

ติดตามข่าวบันเทิงได้ที่ chokweekly

ติดตาม chokweekly chokcyberai

07 มิถุนายน 2569

#เซ็นทรัลรีเทล เปิดวิสัยทัศน์บนเวที #ThailandVietnamBusinessForum2026 ตอกย้ำจุดมุ่งหมาย ‘#เซ็นทรัลรีเทลเวียดนาม’ มุ่งสร้างคุณค่าสู่ท้องถิ่น หนุนพลังพันธมิตรสองชาติเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน

#เซ็นทรัลรีเทล เปิดวิสัยทัศน์บนเวที #ThailandVietnamBusinessForum2026 ตอกย้ำจุดมุ่งหมาย ‘#เซ็นทรัลรีเทลเวียดนาม’ มุ่งสร้างคุณค่าสู่ท้องถิ่น หนุนพลังพันธมิตรสองชาติเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน

 

กรุงเทพฯ 5 มิถุนายน 2569 – ดร. ธรรม์ จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายดิจิทัล เซ็นทรัล รีเทล เวียดนาม ขึ้นเวทีปาฐกถาในฐานะผู้นำทัพธุรกิจไทย ในงานสัมมนา Thailand-Vietnam Business Forum 2026 (TVBF 2026) ที่จัดขึ้นเนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-เวียดนาม โดยร่วมถ่ายทอดวิสัยทัศน์ภายใต้แนวคิด ‘Growing Together’ มุ่งเปิดมิติใหม่แห่งความร่วมมือผ่านการผสานศักยภาพและความแข็งแกร่งของทั้งสองประเทศ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและเปิดประตูสู่โอกาสในการก้าวหน้าไปด้วยกันอย่างมั่นคง พร้อมทั้งถอดรหัสกลยุทธ์ความสำเร็จที่ทำให้ธุรกิจค้าปลีกของไทยสามารถเติบโตและครองใจผู้บริโภคในเวียดนามได้อย่างยั่งยืน

ประเด็นสำคัญจากการร่วมเสวนาของ ดร. ธรรม์ จิราธิวัฒน์ ในหัวข้อ ความร่วมมือไทย-เวียดนาม: กลไกขับเคลื่อนการเติบโตใหม่ของอาเซียน (Thailand and Viet Nam: Next Growth Engine)
สะท้อนให้เห็นถึงความสอดคล้องระหว่างแนวคิด ‘Growing Together’ และเจตนารมณ์ของกลุ่มเซ็นทรัล
ในการมีส่วนร่วมสร้างความเจริญก้าวหน้าและส่งเสริมคุณภาพชีวิตของประชาชนในทุกประเทศที่เข้าไปลงทุนให้ดียิ่งขึ้น




 

นับตั้งแต่ เซ็นทรัล รีเทล เวียดนาม ได้ปักหมุดดำเนินธุรกิจในประเทศเวียดนามเมื่อปี 2555
จนถึงปัจจุบัน บริษัทฯ ได้ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมโยงความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศ
เพื่อยกระดับซัพพลายเชนทั้งหมดให้เติบโตไปด้วยกัน ผ่านการขับเคลื่อนโครงการภายใต้ชื่อ
“Better for Vietnam” ซึ่งทั้งองค์กรจะดำเนินงานและมีตัวชี้วัดร่วมกันผ่าน 3 กลุ่มหลัก ได้แก่

  • การส่งเสริมสินค้าและธุรกิจท้องถิ่น ผ่านการสร้างและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน
    ด้านการค้าปลีกทั่วประเทศเวียดนาม โดยมีการจัดซื้อสินค้าในกลุ่มผักและผลไม้จำนวนกว่า 60,000,000 กิโลกรัม จากเกษตรกรและผู้จัดจำหน่ายมากกว่า 2,000 ราย พร้อมทั้ง
    จัดงานเพื่อส่งเสริมการขายสินค้าท้องถิ่นของเวียดนามและสินค้าจากประเทศไทยผ่านร้านค้าในเครือข่ายมากกว่า 250 ครั้งในปี 2568 ที่ผ่านมา ตลอดจนส่งเสริมการจับคู่ธุรกิจให้แก่ผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่าย SME กว่า 1,300 ราย ควบคู่ไปกับการส่งเสริมสินค้าเวียดนามในระดับนานาชาติผ่านงาน Vietnamese Week in Thailand และจัดงาน
    โปรโมทสินค้าไทยในเวียดนามอย่างต่อเนื่อง ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูต
    สถานกงสุลใหญ่ไทยในเวียดนาม รวมถึงสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ
  • การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนด้านความปลอดภัยและคุณภาพของอาหาร ผ่านการควบคุมคุณภาพสินค้าก่อนวางจำหน่ายอย่างเข้มงวด ควบคู่ไปกับการฝึกอบรมและตรวจสอบมาตรฐานซัพพลายเออร์อย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ ยังมุ่งส่งเสริมการบริโภคอย่างยั่งยืนด้วยการจัดสรรสินค้าออร์แกนิกและสินค้าเฉพาะทาง (Specialty) รวมกว่า 380 รายการ เพื่อกระจายทางเลือกสุขภาพที่ได้มาตรฐานสู่ผู้บริโภค พร้อมยกระดับ
    การส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งปัจจุบันมีสินค้ามากกว่า 240 รายการ
    ที่ได้รับการรับรองสัญลักษณ์ “GREEN TICK” เพื่อสร้างความมั่นใจและส่งต่อสุขภาวะที่ดีให้กับชาวเวียดนามอย่างยั่งยืน
  • กิจกรรมด้านความยั่งยืนและการพัฒนาบุคลากร เซ็นทรัล รีเทล เวียดนาม ตระหนักถึงบทบาทสำคัญและมีความมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาประเทศเวียดนาม
    ควบคู่ไปกับการยกระดับศักยภาพแรงงานท้องถิ่น ทำให้ปัจจุบันบริษัทฯ มีสัดส่วนพนักงานชาวเวียดนามสูงถึง 99.5% พร้อมจัดทำโครงการเสริมสร้างทักษะระดับมืออาชีพต่าง ๆ อาทิ หลักสูตร Management Associate (MA) ที่เปิดโอกาสให้บุคลากรได้เรียนรู้และ
    ฝึกปฏิบัติงานจริงทั้งในประเทศไทยและเวียดนาม ยิ่งไปกว่านั้น บริษัทฯ ยังเดินหน้า
    ร่วมวางรากฐานทางการศึกษาผ่านโครงการ One Mall One School ซึ่งสร้างประโยชน์และมอบโอกาสทางการเรียนรู้แก่เยาวชนไปแล้วเกือบ 10,000 คน

“จุดมุ่งหมายสูงสุดของกลุ่มเซ็นทรัล คือความสำเร็จที่ต้องเติบโตไปพร้อมกับชุมชนและสังคม
ที่เราเข้าไปดำเนินธุรกิจ เราจึงมุ่งมั่นขับเคลื่อนโครงการ Better for Vietnam เพื่อเป็นสะพานเชื่อมโอกาสและยกระดับศักยภาพของทั้งสองชาติ โดยสร้างคุณค่าร่วมกันตั้งแต่องค์ความรู้ไปจนถึงระดับฐานราก
ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่นำพาเศรษฐกิจไทยและเวียดนามให้ก้าวไปข้างหน้าในฐานะพันธมิตรที่เติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน” ดร.ธรรม์ กล่าวทิ้งท้าย

###

เกี่ยวกับเซ็นทรัล รีเทล

บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (“บริษัทฯ” หรือ “เซ็นทรัล รีเทล”) เป็นผู้นำธุรกิจค้าปลีกรวมทั้งธุรกิจค้าส่งสินค้าหลากหลายประเภท ผ่านรูปแบบและช่องทางที่หลากหลาย (Multi-Format, Multi-Category Omnichannel Retail and Wholesale Platform) ในประเทศไทย และ ประเทศเวียดนาม บริษัทฯ มีเครือข่ายร้านค้าภายใต้แบรนด์ค้าปลีกและค้าส่งทั้งหมด 3,777 ร้านค้า (ข้อมูล ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569) อาทิ ห้างสรรพสินค้า ร้านขายสินค้าเฉพาะทาง ศูนย์ค้าส่งวัตถุดิบอาหาร ซูเปอร์มาร์เก็ต ไฮเปอร์มาร์เก็ต พลาซ่า และการจำหน่ายสินค้าออนไลน์บนแพลตฟอร์ม Omnichannel  โดยธุรกิจของเซ็นทรัล รีเทล ครอบคลุมทั้งหมด 4 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ (1) กลุ่มฟู้ด มุ่งเน้นการจำหน่ายสินค้าอุปโภค-บริโภค วัตถุดิบอาหาร รวมถึงสินค้าและบริการด้านสุขภาพคนและสัตว์เลี้ยงภายใต้แบรนด์ค้าปลีกและค้าส่งต่าง ๆ เช่น ท็อปส์ ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ ท็อปส์ ไฟน์ ฟู้ด ท็อปส์ เดลี่  ท็อปส์ แคร์ และโก โฮลเซลล์ ในประเทศไทย ส่วนประเทศเวียดนาม ได้แก่ โก ไฮเปอร์มาร์เก็ต (บิ๊กซี / GO!)
ท็อปส์ มาร์เก็ต มินิ โก (go!) และ ลานชี มาร์ท (2) กลุ่มฮาร์ดไลน์ มุ่งเน้นการจำหน่ายสินค้าตกแต่งและปรับปรุงบ้าน สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องเขียนและอุปกรณ์สำนักงาน หนังสือ และ e-Book ภายใต้แบรนด์ค้าปลีกต่าง ๆ เช่น ไทวัสดุ  ไทวัสดุ x บีเอ็นบี โฮม ออโต้วัน เพาเวอร์บาย ออฟฟิศเมท บีทูเอส เมพ และเหงียน คิม (3) กลุ่มแฟชั่น มุ่งเน้นการจำหน่ายสินค้าเครื่องแต่งกาย และเครื่องประดับภายใต้แบรนด์ค้าปลีกต่าง ๆ เช่น ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน ซูเปอร์สปอร์ต และ เซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป และ (4) กลุ่มพร็อพเพอร์ตี้ มุ่งเน้นการให้เช่าพื้นที่สำหรับร้านค้าของกลุ่มบริษัทฯ และร้านค้าและบริการของบุคคลภายนอก เช่น  โรบินสัน ไลฟ์สไตล์ ท็อปส์ พลาซ่า และ บิ๊กซี / GO! เวียดนาม โดย ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 เซ็นทรัล รีเทล ดำเนินธุรกิจใน 2 ประเทศ ได้แก่ ประเทศไทย ทั้งหมด 63 จังหวัด และ ประเทศเวียดนามทั้งหมด 26 จังหวัด

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Ad