หน้าร้อนนี้ #ไทวัสดุ ชวนอัปเกรดบ้านสู่ #HomeComfortSolution เปลี่ยนบ้านให้เย็น อยู่สบาย และประหยัดพลังงาน พร้อมคืนกำไรสุดคุ้มกับแคมเปญ “#ไทวัสดุฉลอง16ปีแจก16ล้าน”
หน้าร้อนที่อุณหภูมิพุ่งสูงขึ้นทุกปี ทำให้หลายคนเริ่มเปลี่ยนพฤติกรรมจากการออกไปใช้ชีวิตนอกบ้าน มาเป็นการใช้เวลาอยู่ในบ้านมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน พักผ่อน หรือใช้เวลากับครอบครัว แต่เมื่อ “บ้าน” กลายเป็นพื้นที่ที่เราใช้ชีวิตแทบตลอดทั้งวัน คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ว่าจะอยู่บ้านอย่างไร แต่คือจะทำอย่างไรให้บ้านเย็นสบาย ประหยัดพลังงาน และน่าอยู่พอจนไม่อยากออกไปไหน นี่จึงเป็นเหตุผลที่แนวคิดเรื่อง “บ้านอยู่สบายยุคใหม่” หรือ Home Comfort Solution กลายเป็นเทรนด์สำคัญของการอยู่อาศัยในปัจจุบัน โดยเฉพาะในช่วงหน้าร้อนที่ค่าใช้จ่ายด้านพลังงานเพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไทวัสดุ จึงอยากชวนเจ้าของบ้านมามองการปรับบ้านในมุมใหม่ กับแนวคิด “บ้านเย็น อยู่สบาย ประหยัดจริง” พร้อมแนะนำ 6 นวัตกรรมที่ช่วยยกระดับบ้านให้มีความ Comfort มากกว่าที่เคย
เมื่อบ้านสบายขึ้น คุณภาพชีวิตก็เปลี่ยน ทำไม Home Comfort Solution จึงสำคัญกับการอยู่อาศัยยุคใหม่??
บ้านที่ออกแบบให้มีความสบายด้านอุณหภูมิและการใช้พลังงานอย่างเหมาะสม สามารถช่วยลดความอ่อนล้า เพิ่มสมาธิ และทำให้การพักผ่อนมีคุณภาพมากขึ้น ขณะที่สภาพอากาศที่ร้อนเกินไปหรือการระบายอากาศที่ไม่ดี อาจทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลง และส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาว
นอกจากนี้ เทคโนโลยีและโซลูชันบ้านยุคใหม่ยังช่วยให้การใช้พลังงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดค่าใช้จ่ายในระยะยาว และสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและเหมาะสมกับทุกช่วงวัย ตั้งแต่เด็กไปจนถึงผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นหนึ่งในเหตุผลที่แนวคิดบ้านที่เน้นความสบาย ความประหยัด และการควบคุมสภาพแวดล้อมได้ กลายเป็นทิศทางสำคัญของการอยู่อาศัยในยุคปัจจุบัน
เมื่อบ้านสามารถดูแลอุณหภูมิ พลังงาน และความปลอดภัยได้อย่างสมดุล การอยู่อาศัยจึงไม่ใช่เพียงการพักผ่อน แต่กลายเป็นพื้นที่ที่ช่วยฟื้นฟูร่างกาย ลดความเครียด และทำให้ชีวิตในแต่ละวันง่ายขึ้นอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นหัวใจของแนวคิด Home Comfort Solution ที่กำลังได้รับความสนใจมากขึ้นในกลุ่มเจ้าของบ้านยุคใหม่
เมื่อบ้านคือที่ที่เราใช้เวลามากที่สุด ถึงเวลาต้องอัปเกรดให้ตอบโจทย์ชีวิต
การเลือกนวัตกรรมที่เข้ามาเปลี่ยนชีวิตได้จริง วัดกันที่ความสามารถในการตอบโจทย์ความสะดวก ประหยัด และปลอดภัย ไทวัสดุจึงขอชวนคุณมาสแกน 4 เหตุผลว่าทำไมต้องเลือกโซลูชันประหยัดพลังงานเพื่อบ้านตั้งแต่วันนี้ พร้อมแนะนำ 6 นวัตกรรมที่จะเปลี่ยนบ้านคุณให้เป็นพื้นที่อัจฉริยะที่คุ้มค่าที่สุดแห่งปี
- ยกระดับความสุข (Wellness) และสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม การปรับเปลี่ยนสู่สมาร์ทโฮมช่วยสร้างสุขภาวะที่ดีในการอยู่อาศัย เหมือนกับร่างกายที่แข็งแรงจากภายในสู่ภายนอก เริ่มได้ตั้งแต่การเลือกใช้ สีทาผนัง JOTUN Majestic Pure Color ที่มอบผิวสัมผัสแมทพรีเมียมและเช็ดล้างง่าย ช่วยลดการสะท้อนแสงรบกวนสายตา หรือการติดตั้งเครื่องดูดควัน TEKA รุ่น DLH 9158 T ที่มีระบบตรวจจับความร้อนและเปิดทำงานอัตโนมัติ พร้อมพลังมอเตอร์ประสิทธิภาพสูง เพื่อช่วยคืนอากาศบริสุทธิ์ให้ห้องครัวไร้ควันและกลิ่นรบกวน ทำความสะอาดเครื่องได้ด้วยตัวเอง มอบการพักผ่อนที่มีประสิทธิภาพของทุกคนในครอบครัว
- เพิ่มมูลค่าให้ที่อยู่อาศัย ตอบโจทย์ Sustainable Living นอกจาการทำบ้านให้สมาร์ทจะสามารถตอบเทรนด์การอยู่อาศัยยุคใหม่แล้ว ในระยะยาวบ้านที่มีนวัตกรรมและเป็น Smart Home ติดตั้งเทคโนโลยี Automation ยังมีแนวโน้มที่จะขายได้ในมูลค่าที่สูงขึ้นอีกด้วย อาทิการติดตั้งโซลาร์เซลล์ ไปจนถึงสินค้าที่มีระบบประหยัดน้ำอย่าง สุขภัณฑ์อัตโนมัติ COTTO รุ่น SQUIBB มาพร้อมระบบชำระล้าง Siphon Jet 6 ลิตร ฟังก์ชั่น Kick Flush ระบบชำระล้าง และเปิด-ปิดฝารองนั่งด้วย ที่ช่วยลดการสัมผัส และระบบชำระล้างอัตโนมัติที่ทำงานได้แม้ไฟดับ
- สยบวิกฤตค่าไฟ เย็นสบายพร้อมความอุ่นใจตลอด 24 ชั่วโมง หัวใจสำคัญของบ้านที่สมาร์ทคือการลดภาระค่าใช้จ่าย เพราะค่าไฟอาจแพงขึ้นในช่วงอากาศร้อน ดังนั้นนวัตกรรมที่ชาญฉลาดของเครื่องปรับอากาศที่มาช่วยเราประหยัดพลังงานไม่ควรมองข้าม อย่างเครื่องปรับอากาศ TCL VoxIN Series ที่มีระบบ T-AI Energy Saving ช่วยปรับความถี่คอมเพรสเซอร์อัตโนมัติประหยัดไฟขึ้น 37% หรือจะเป็น MITSUBISHI HEAVY DUTY YUKI Series Deluxe Inverter ที่ให้คุณตรวจสอบและคำนวณค่าไฟได้แบบเรียลไทม์ผ่านแอปพลิเคชัน ทำให้การบริหารจัดการพลังงานในบ้านเป็นเรื่องจริงที่จับต้องได้
- อิสระในการดูแลบ้านอย่างชาญฉลาด นอกจากสินค้าและอุปกรณ์ในบ้านจะเนี้ยบและไร้สายไฟรบกวนแล้ว การบำรุงรักษาบ้านก็ควรไร้สายและง่ายดายด้วยเช่นกันกับ ชุดสว่านและไขควงกระแทกไร้สาย 16V ROWEL รุ่น RW-PT-CSD 162 ที่จะช่วยทำหน้าที่เป็นเครื่องมือคู่ใจที่มอบอิสระในการดูแลบ้านได้ทุกซอกทุกมุม ไม่ว่าจะเป็นการติดตั้งกล้องวงจรปิดอัจฉริยะบนมุมสูง หรือการประกอบเฟอร์นิเจอร์ในสวนหลังบ้าน โดยไม่ต้องมองหาปลั๊กไฟหรือลากสายไฟให้เสียทัศนียภาพและเสี่ยงต่ออุบัติเหตุสะดุดล้ม
เปลี่ยนบ้านให้ Comfort อย่างคุ้มค่า พร้อมร่วมฉลอง 16 ปี ไทวัสดุ กับโปรโมชั่นสุดยิ่งใหญ่
ชวนคุณมาเปลี่ยนบ้านให้เป็น Smart Home ที่ตอบโจทย์ทั้งความประหยัด ความสะดวก และความยั่งยืน พร้อมมอบความคุ้มค่าครั้งใหญ่ในโอกาสฉลองครบรอบ 16 ปี กับแคมเปญ “ไทวัสดุ ฉลอง 16 ปี แจก 16 ล้าน” เพียงช้อปครบทุก 3,000 บาท* รับ 1 สิทธิ์ ร่วมลุ้นชิงรางวัลใหญ่ และพิเศษยิ่งขึ้น! เมื่อช้อปสินค้าจากแบรนด์พันธมิตร ได้แก่ COTTO, TEKA, ROWEL, JOTUN, TCL, MITSUBISHI HEAVY DUTY หรือลูกค้าที่ชำระผ่าน Central The 1 CREDIT CARD ที่ร่วมมอบความพิเศษให้ลูกค้าช้อปคุ้มกว่าใคร เพียงซื้อสินค้าแบรนด์ดังกล่าวครบทุก 3,000 บาท* รับสิทธิ์ลุ้นคูปองชิงโชคเพิ่มทันทีเป็น 5 สิทธิ์ เพื่อชิงรางวัลใหญ่ อาทิ รถยนต์, รถจักรยานยนต์, ทองคำแท่ง และรางวัลอื่น ๆ อีกมากมาย รวมมูลค่าสูงสุดถึง 16 ล้านบาท
อย่าปล่อยให้บ้านของคุณต้องเสียค่าใช้จ่ายไปกับเทคโนโลยีที่ไม่ตอบโจทย์ มาอัปเกรดบ้านให้สมาร์ทยิ่งขึ้น พร้อมรับความคุ้มค่าในโอกาสฉลองครบรอบ 16 ปี ไทวัสดุ โดยสามารถลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ์เข้าร่วมแคมเปญได้ที่แอปพลิเคชัน Thaiwatsadu ตั้งแต่วันที่ 27 กุมภาพันธ์ – 27 สิงหาคม 2569 ติดตามข้อมูลข่าวสารและโปรโมชั่นเพิ่มเติมได้ที่ ไทวัสดุ และ บีเอ็นบี โฮม ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือผ่านช่องทางออนไลน์ www.thaiwatsadu.com, Facebook Fanpage: Thai Watsadu, Line ID: @Thaiwatsadu และ www.bnbhome.com, Facebook: BnB home, Line: @bnbhometh หรือติดต่อ Contact Center โทร. 1308
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
เกี่ยวกับเซ็นทรัล รีเทล
บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (“บริษัทฯ” หรือ “เซ็นทรัล รีเทล”) เป็นผู้นำธุรกิจค้าปลีกรวมทั้งธุรกิจค้าส่งสินค้าหลากหลายประเภท ผ่านรูปแบบและช่องทางที่หลากหลาย (Multi-Format, Multi-Category Omnichannel Retail and Wholesale Platform) ในประเทศไทย และ ประเทศเวียดนาม บริษัทฯ มีเครือข่ายร้านค้าภายใต้แบรนด์ค้าปลีกและค้าส่งทั้งหมด 3,723 ร้านค้า (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568) อาทิ ห้างสรรพสินค้า ร้านขายสินค้าเฉพาะทาง ศูนย์ค้าส่งวัตถุดิบอาหาร ซูเปอร์มาร์เก็ต ไฮเปอร์มาร์เก็ต พลาซ่า และการจำหน่ายสินค้าออนไลน์บนแพลตฟอร์ม Omnichannel โดยธุรกิจของเซ็นทรัล รีเทล ครอบคลุมทั้งหมด 4 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ (1) กลุ่มฟู้ด มุ่งเน้นการจำหน่ายสินค้าอุปโภค-บริโภค วัตถุดิบอาหาร รวมถึงสินค้าและบริการด้านสุขภาพคนและสัตว์เลี้ยงภายใต้แบรนด์ค้าปลีกและค้าส่งต่าง ๆ เช่น ท็อปส์ ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ ท็อปส์ ไฟน์ ฟู้ด ท็อปส์ เดลี่ ท็อปส์ แคร์ และโก โฮลเซลล์ ในประเทศไทย ส่วนประเทศเวียดนาม ได้แก่ โก ไฮเปอร์มาร์เก็ต (บิ๊กซี / GO!) ท็อปส์ มาร์เก็ต มินิ โก (go!) และ ลานชี มาร์ท (2) กลุ่มฮาร์ดไลน์ มุ่งเน้นการจำหน่ายสินค้าตกแต่งและปรับปรุงบ้าน สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องเขียนและอุปกรณ์สำนักงาน หนังสือ และ e-Book ภายใต้แบรนด์ค้าปลีกต่าง ๆ เช่น ไทวัสดุ ไทวัสดุ x บีเอ็นบี โฮม เพาเวอร์บาย ออฟฟิศเมท บีทูเอส เมพ และเหงียน คิม (3) กลุ่มแฟชั่น มุ่งเน้นการจำหน่ายสินค้าเครื่องแต่งกาย และเครื่องประดับภายใต้แบรนด์ค้าปลีกต่าง ๆ เช่น ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน ซูเปอร์สปอร์ต และ เซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป และ (4) กลุ่มพร็อพเพอร์ตี้ มุ่งเน้นการให้เช่าพื้นที่สำหรับร้านค้าของกลุ่มบริษัทฯ และร้านค้าและบริการของบุคคลภายนอก เช่น โรบินสันไลฟ์สไตล์ ท็อปส์ พลาซ่า และ บิ๊กซี / GO! เวียดนาม โดย ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 เซ็นทรัล รีเทล ดำเนินธุรกิจใน 2 ประเทศ ได้แก่ ประเทศไทย ทั้งหมด 63 จังหวัด และ ประเทศเวียดนามทั้งหมด 26 จังหวัด
หมายเหตุ:
บริษัทฯ ได้ขายกิจการห้างสรรพสินค้ารีนาเชนเต ในประเทศอิตาลี ตามมติของที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2568 (วันที่ 6 พฤศจิกายน 2568) โดย ณ วันที่ 19 พฤศจิกายน 2568 เป็นวันที่ธุรกรรมการขายกิจการเสร็จสมบูรณ์


.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)






ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น