#ซีพีเมจิ ผนึกกำลัง #มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมโคนมไทย หนุนเกษตรกรผลิตน้ำนมดิบคุณภาพสูง เพื่อส่งมอบคุณค่าสู่ผู้บริโภค
บุคคลในภาพ (จากซ้ายไปขวา): นายอภิสิทธิ์ ธีรภาพรุ่งโรจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพี-เมจิ จำกัด และ
ผศ.ดร.กฤษณ์ วันอินทร์ รองอธิการบดีฝ่ายนวัตกรรมและพันธกิจเพื่อสังคม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
กรุงเทพฯ, 30 เมษายน 2569 - บริษัท ซีพี-เมจิ จำกัด ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์นมและโยเกิร์ตชั้นนำของประเทศไทย ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการกับ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อร่วมยกระดับขีดความสามารถของอุตสาหกรรมโคนมไทย ผ่านการบูรณาการองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรม ควบคู่กับการพัฒนาฟาร์มโคนมต้นแบบที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืน พร้อมเสริมศักยภาพเกษตรกรและบุคลากรในห่วงโซ่อุตสาหกรรม เพื่อยกระดับคุณภาพน้ำนมดิบตั้งแต่ต้นน้ำสู่ผลิตภัณฑ์นมคุณภาพสูงสำหรับผู้บริโภค ภายใต้ความร่วมมือระยะ 3 ปี โดยมี นายอภิสิทธิ์ ธีรภาพรุ่งโรจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพี-เมจิ จำกัด และ ผศ.ดร.กฤษณ์ วันอินทร์ รองอธิการบดีฝ่ายนวัตกรรมและพันธกิจเพื่อสังคม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมลงนาม
นายอภิสิทธิ์ ธีรภาพรุ่งโรจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพี-เมจิ จำกัด กล่าวว่า “ในฐานะผู้นำอุตสาหกรรมนมพาสเจอไรซ์ในประเทศไทย ซีพี-เมจิ เชื่อมั่นว่า ผลิตภัณฑ์นมคุณภาพสูงเริ่มต้นจากน้ำนมดิบที่มีคุณภาพจากเกษตรกรต้นน้ำ ความร่วมมือในครั้งนี้จึงเกิดขึ้นตามแนวคิดการดำเนินธุรกิจ
‘เพิ่มคุณค่าชีวิต (Enriching Life)’ ผ่านมิติของการผนึกกำลังกับพันธมิตรที่แข็งแกร่ง เดินหน้าสร้างการเติบโตร่วมกันตลอดห่วงโซ่ธุรกิจ ตั้งแต่เกษตรกร อุตสาหกรรม และสังคม เพื่อยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมนมของประเทศไทยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
การลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการผสานองค์ความรู้ด้านงานวิจัยและเทคโนโลยีจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เข้ากับความเชี่ยวชาญเชิงปฏิบัติในอุตสาหกรรมนมมานานกว่า 36 ปี ของซีพี-เมจิ เพื่อร่วมกันพัฒนาเกษตรกรและบุคลากรในอุตสาหกรรม ให้สามารถรับมือกับ
ความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลกระทบต่อปริมาณและคุณภาพของน้ำนมดิบ ตลอดจนการพัฒนาฟาร์มเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมต้นแบบ ซึ่งจะช่วยยกระดับประสิทธิภาพการจัดการ
ฟาร์มโคนม เพื่อให้ได้น้ำนมดิบคุณภาพสูงเข้าสู่กระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์นมที่เต็มเปี่ยมด้วยคุณค่าทางโภชนาการให้กับผู้บริโภค และนำไปสู่การสร้างรายได้และความมั่นคงให้กับอาชีพเกษตรกร และการเติบโตอย่างยั่งยืนของอุตสาหกรรมโคนมไทย”
ด้าน ผศ.ดร.กฤษณ์ วันอินทร์ รองอธิการบดีฝ่ายนวัตกรรมและพันธกิจเพื่อสังคม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า “มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ให้ความสำคัญกับการพัฒนาการศึกษาและงานวิจัยเพื่อขับเคลื่อนภาคการเกษตรของประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง ความร่วมมือใน
ครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการทำงานร่วมกันทางวิชาการ แต่เป็นการบูรณาการองค์ความรู้ด้านการผลิตและสิ่งแวดล้อม เพื่อร่วมกันยกระดับอุตสาหกรรมโคนมไทยให้สามารถตอบโจทย์ทั้งด้านคุณภาพ
ความปลอดภัยอาหาร และความยั่งยืนในระยะยาว เรามีความพร้อมในการสนับสนุนองค์ความรู้ งานวิจัย และบุคลากร เพื่อถ่ายทอดสู่ภาคการผลิต ขณะเดียวกัน ความเชี่ยวชาญของซีพี-เมจิจะช่วยต่อยอด
องค์ความรู้สู่การปฏิบัติจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาศักยภาพเกษตรกร เสริม
ขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรม และสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศ
ในระยะยาว”
ความร่วมมือในครั้งนี้สะท้อนถึงการผสานความแข็งแกร่งของภาคเอกชนและภาคการศึกษา เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมโคนมไทยอย่างเป็นระบบ สร้างผลกระทบเชิงบวกในวงกว้างตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ครอบคลุมทั้งการพัฒนาศักยภาพให้แก่เกษตรกรในชุมชน การยกระดับคุณภาพน้ำนมดิบเข้าสู่กระบวนการผลิต ตลอดจนการส่งมอบผลิตภัณฑ์นมคุณภาพสูงให้แก่ผู้บริโภค โดยคำนึงถึงการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อผลักดันกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในระบบนิเวศอุตสาหกรรมโคนมไทยให้เติบโตไปพร้อมกันอย่างยั่งยืน
บริษัท ซีพี-เมจิ จำกัด มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน ร่วมกับทุกภาคส่วนตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่ต้นน้ำ จนถึงปลายน้ำ ภายใต้แนวคิด ‘เพิ่มคุณค่าชีวิต’ หรือ‘Enriching Life’ ซึ่งประกอบด้วย 4 มิติหลัก ได้แก่ Enriching Health การยกระดับสุขภาพของผู้บริโภคทุกเพศทุกวัย ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และมีคุณค่าทางโภชนาการที่เชื่อถือได้ Enriching Employee การยกระดับชีวิตของพนักงานให้มีความสมดุลทั้งด้านร่างกายและจิตใจ Enriching Partner การสร้างการเติบโตร่วมกับเกษตรกร พันธมิตรทางธุรกิจ ลูกค้า และชุมชน และ Enriching Planet การบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านการจัดการด้านพลังงาน การอนุรักษ์น้ำ การจัดการของเสีย และการปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อก้าวสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์










ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น